พี่ SS (JOE SEACRET AGENT)
พี่ โลเล
พี่ อัพ (ถั่วงอกหัวไฟ)
พี่ เส่ง
พี่ หนอน
พี่ ต้น TABUN
พี่ โอ๋ (เอง)
พี่ โตโต้(หัวแตงโม)
พี่วัน เดวิล(O-spirit)
ตัดเย็บตุ๊กตาหมีโหดได้ครบทั้ง 20 ตัว ขอแก้เป็น 10 ตัว ค่ะมีการนัดหมายกันเพื่อส่งมอบตุ๊กตาหมีแก่ดีไซเนอร์ พร้อมปาร์ตี้สังสรรค์พันธมิตรหมีโหด ในวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
http://iiiiiamnana.exteen.com/20070709/entry
"คิดว่าเป็นการนัดเจอกันของคนที่มีความสนใจและอารมณ์ใกล้ๆ กัน ชอบงานแนวนี้ ก็มาพบกันสนุกๆ แล้วก็จะได้คุยกัน เผื่อจะคิดกันว่าจะทำอะไรกันต่อไปดี"
ถ้าดูจากแบบที่ส่งเข้ามา ต้องถือว่าดีกรีความโหดอยู่ในระดับเลือดสาดไส้ทะลัก แต่เมื่อเจอตัวเจ้าของโปรเจค ก็จะไม่น่าแปลกใจ หากผลิตภัณฑ์หมีที่ถูกตัดเย็บออกมาจะน่ารักน่าเอ็นดู
"พอเย็บออกมาก็จะน่ารักค่ะ เป็นตุ๊กตาหมีนุ่มๆ พวกไส้ หัวใจ สมอง ก็จะนิ่มๆ น่าจับ"
นฤมล ปัญญาผาติ ปัจจุบัน ทำงานประจำเป็นเภสัชกรที่บริษัทยาแห่งหนึ่งในย่านสามพราน ด้วยวุฒิปริญญาบัณฑิตเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
อะไร ทำให้หญิงสาวท่าทางไม่ก้าวร้าว คิดโปรเจคโหดๆ เช่นนี้ออกมาได้ ?
จุดกำเนิดหมีโหด (ถูกรังแก)<=== หมายถึงเป็นหมีที่ถูกกระทำน่ะค่ะไม่ใช่เป็นผู้กระทำ ยกตัวอย่างอย่าง groomy bear นี่จะเป็นหมีที่เป็นผู้กระทำน่ะค่ะ..ไม่ใช่นู๋นะถูกรังแกเน่อ..
'นฤมล' เล่าว่า พื้นเพของเธอเป็นชาวพัทลุง <== เป็นชาวพังงาค่ะ...อยู่หมู่บ้านน้ำเค็มที่โดนสึนามึนั่นเลยค่ะซึ่งเติบโตในครอบครัวคนจีน ที่มองทางเลือกด้านวิชาชีพสำหรับลูกหลานไม่กว้างนัก และนั่นจึงเป็นปัจจัยหลักสำหรับเด็ก 'เรียนดี' อย่างเธอ ที่ต้องมุ่งหน้าในสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ จึงเป็นคำตอบสุดท้าย แม้ว่า เมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยศิลปากร จะทำให้เธอเกิดความสนใจอย่างรุนแรงในงานด้านศิลปะ แต่การย้อนกลับไปตั้งต้นนับหนึ่งใหม่ คงไม่ใช่ทางเลือกที่สร้างความพอใจให้กับครอบครัว <=== คือนู๋นะเรียนที่พังงาน่ะค่ะแล้วต่างจังหวัดเนี่ยเค้าจะไม่ค่อยมีงานอาร์ตมากนัก อุปกรณ์ที่มีก้อแพงคุณภาพไม่ดี เลยไม่มีแรงจูงใจอะไรที่จะสนใจศิลปะเลย..แต่พอเข้ามาเรียนที่ศิลปากร ทำให้เรารู้ว่า เฮ้ยนี่มันเจ๋งมาก มันมีอะไรแบบนี้อยู้ด้วยนะ.....ซึ่งกว่าจะรู้ตัวเราก้อเรียนเภสัชปี 2 แล้ว.....ดังนั้นเลยตัดสินใจทำงานศิลปะควบคู่ไปกับการเรียนเภสัชค่ะ ที่จริงที่บ้านก็ไม่ได้คัดค้านขนาดนั้นแต่เราก็รู้ว่ามันต้องกลับไปเริ่มใหม่อีก 2 ปี แล้วไอ้ความชอบของเราที่มันเพิ่งจะรู้สึกเนี่ยมันจะจริงแค่ไหนมันจะทำให้เราเรียนไปได้ไม๊ คือถือว่าพื้นฐานน้อยมากเพราะคนที่จะเข้าศิลปากรจริงๆเนี่ยเค้าติวกันหนักมากเลย แล้วน้องๆแต่ละคนก็เก่งๆกันทั้งนั้น บางคนฝีมือดียังเอนท์ที่นี่ไม่ติดเลย.....เราก้อเลยมองกลับมาที่ตัวเองว่าพร้อมจะเสี่ยงไม๊ถ้าเราลาออกจากเภสัชไปเอนท์ใหม่...แล้วเกิดไม่ติดล่ะ.....ก็เลยตัดสินใจไม่เอนท์ใหม่ค่ะ
"ที่ศิลปากรมีงานกิ๊ฟต์ประจำปี ตอนนั้นก็คิดว่าอยากทำของไปขาย ตัวเองเป็นคนชอบตุ๊กตา โดยเฉพาะตุ๊กตาหมีมีเยอะเป็นพิเศษ แต่ก็คุยกับเพื่อน (มุขพล อ่อนมา) ซึ่งเรียนคณะมัณฑนศิลป์ ว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าจะขายตุ๊กตาที่ขายได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย"
แน่นอนว่า ถ้าเป็นตุ๊กตาน่ารัก กลุ่มเป้าหมายร้อยทั้งร้อยก็จะเป็นหญิงล้วน 'นฤมล' พยายามคิดให้ต่างออกไปจากของเล่นที่มีขายอยู่เกลื่อนเมือง ชนิดที่ขายได้ทั้งชายและหญิง ว่าแล้วก็ลองตัดหัวตุ๊กตาหมี เย็บไส้ไว้นอกตัว (เริ่มโรคจิต) โดยไปซื้อตุ๊กตา นำมาตกแต่งใหม่ ดีไซน์โดยใส่ฟังก์ชันเพิ่มเข้าไป
ผลงานชิ้นแรกเริ่มประเดิมด้วย น้องหมีเลือดสาด ที่เห็นเป็นปื้นแดงๆ ที่คอนั่นคือเลือด ไม่ใช่เลือดธรรมดา แต่สามารถรูดซิปเพื่อใส่ของเข้าไปด้านใน แล้วยังมีหมีถูกกระทำอีกหลายรูปแบบ ที่ปรากฏว่าขายดี วันละ 4-5 ตัว จน 'นฤมล' ต้องกลับมานั่งเย็บหมีมือเป็นระวิง
"หมีเลือดสาดเป็นต้นแบบค่ะ แล้วก็คิดอีกหลายแบบ แต่ก็จะเน้นฟังก์ชัน ซึ่งคนซื้อจะเล่นกับมันได้ อย่างเราทำเป็นที่ใส่ของ ก็อยู่ที่คุณจะไปคิดต่อว่าอยากจะเอาไปใส่อะไร จะใส่มือถือ หรือใส่จดหมายบอกรักใครสักคน คือมองมันกึ่งๆ ของเล่นกับกิ๊ฟต์" นฤมล เล่าไอเดีย
ฟื้นโปรเจคหมี (เก็บกด) <=== ก็ไม่ถึงขนาดเก็บกดหรอกค่ะ แต่ด้วยความที่ตัวเราเองเป็นคนชอบทำนู่นทำนี้ตลอดเลยอยากหาอะไรทำนอกจากงานประจำที่ทำอยู่น่ะค่ะ
หลังเรียนจบ เธอเข้าทำงานในบริษัทเอกชนมาราว 1 ปี เพื่อที่จะพบว่า ชีวิตชักไม่ค่อยมีสีสัน จึงหารือกับเพื่อนซี้ เพื่อต่อยอดโปรเจคเดิม และด้วยเหตุที่ถือกำเนิดจากอารมณ์สนุก มากกว่าจะคิดค้าขาย 'นฤมล' จึงชักชวนคนที่สนใจให้เข้ามาร่วมเป็น 'พันธมิตร' และพบว่า มีคนสนใจมากกว่าที่คิด ดูจากแบบจำนวนมากที่ทยอยส่งเข้ามา เธอหวังว่า การพบปะกันครั้งแรก ของกลุ่มพันธมิตรหมีโหด จะช่วยให้เกิดไอเดียดีๆ เพื่อผลักดันงานหมีไม่อาโนเนะให้ก้าวหน้าต่อไปด้วยความสนุกสนาน

ในแง่ธุรกิจ 'นฤมล' มีแนวคิดจะนำ 'ตุ๊กตาหมีเลือดสาด' วางตลาดเป็นล็อตแรก ด้วยจำนวนอันจำกัด รวมทั้งนึกถึงการนำผลิตภัณฑ์จดสิทธิบัตรป้องกันการลอกเลียนแบบ
เมื่อถามถึงกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด สำหรับผลิตภัณฑ์แนวโหด 'นฤมล' ยืนยันว่า ความโหดของเธอเป็นความโหดที่น่ารัก และเป็นความแปลกใหม่ สไตล์ขำๆ ที่เหมาะกับศักราชแห่งความเครียดของสังคมยุคนี้เป็นอย่างดี
นอกจากความโหด-ฮา การรวมตัวของพันธมิตรหลากสาขาวิชาชีพในครั้งนี้ สะท้อนถึงไอเดียดีๆ ของคนรุ่นใหม่ และแฝงสาระน่าสนใจกว่าที่หลายคนจะคาดคิด
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาอ่านกัน.....อย่างน้อยนี่ก้อคงจะเป็นกำลังใจให้คนได้อีกหลายๆคนที่คิดจะทำโปรเจคอะไรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่...เราว่าการลงมือทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เราคิดนั้นมันจะทำได้หรือไม่ได้...ถึงมันจะล้มเหลว แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้ลงมือทำมันไปแล้ว อย่าง motto ที่ว่า..."มุ่งสู่ดวงจันทร์ เพราะถึงพลาดเราก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว"
นู๋นะเอง