หลังจากเอนทรีที่แล้ว
ที่ทิ้งเรื่องราวเศร้าๆไว้อย่างลับๆในวันเกิด
(ใครยังงงๆลองกลับไปกด Ctrl A ดูประกอบกับ tag ได้)
แอบต๊กกะใจกับยอดคอมเม้นเพราะคิดว่าอัพเรื่องส่วนตัวมากๆ
ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรและทุกกำลังใจจริงๆค่ะ
ซึ้งใจมากๆ
วันนี้มาอัพเพื่อที่จะมาบอกว่า ปาฏิหาริย์มีจริงค่ะ
เหตุที่มาอัพวันก่อนก็เพราะว่าคุณตาที่ป่วยเป็นไตวาย อาการทรุดลงมาก
เดินไม่ได้ ทานอะไรไม่ได้อาเจียนหนักและไม่ขับถ่ายเลย
ส่วนคุณยายที่แข็งแรงมาตลอดก็กลับมาป่วยเป็นไข้สูงไปซะอีกคน
คุณแม่ nana ล่วงหน้ามาอยู่ดูแลตั้งแต่รู้ว่าคุณตาเป็นไตวายหลายเดือนแล้ว
พอแม่โทรมาบอกด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีเพราะคราวนี้อาการคุณตาหนักมากที่สุด
วันรุ่งขึ้น nana จึงชวนปะป๊าเดินทางไปที่พิจิตรทันที
(ที่บอกไว้ว่าคงเป็นวันเกิดที่ต่างไปจากทุกปีนั่นแหละค่ะ)
วันที่ไปถึงอาการของท่านพอจะทุเลาลงบ้างแล้ว
แม่บอกว่าวันที่เรากับปะป๊าจะไป จู่ๆคุณตาก็กินข้าวได้เยอะ
และอาเจียนน้อยกว่าเดิม ส่วนคุณยายก็ดีขึ้นมาก
เราไปคราวนี้ได้นั่งคุยกะคุณตาคุณยาย กอดกัน บอกรักกัน
คุยกันมากมายหลายเรื่อง
รวมถึงเรื่องที่จะต้องให้คุณยายเริ่มทำใจเรื่องคุณตาไว้บ้าง
เราว่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่ที่ใจจริงๆ
การที่คุณตาดีขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ
เป็นปาฏิหาริย์ที่คุณตาสร้างขึ้นมาเองด้วย " ใจ "
หลายคนที่ห่างบ้าน ห่างคนที่รักเรามาวันนี้ยังไม่สายนะคะ
กลับไปเยี่ยมท่านบ้างแสดงออกถึงความรักที่มีต่อกันบ้าง
nana เชื่อว่าปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้จริงๆค่ะ
เอนทรีนี้แวะมาขอบคุณทุกคำอวยพรดีๆในวันเกิด
ด้วยการพาไปเป็นเกษตรกรกับ nana ซักเอนทรีนะคะ
(ภาพทั้งหมดถ่ายมาจากตอนช่วงสงกรานต์ค่ะ
ซึ่งช่วงที่ nana ไปหนนี้เสียดายมากที่ไม่ได้เหน็บกล้องไป
เค้ามีแข่งเรือยาว 12 ฝีพายที่วัดเยื้องๆหน้าบ้านพอดีเลยค่ะ
เค้าเอาเรือมาลงกันที่หน้าบ้านพอดีน่าตื่นตาตื่นใจมาก ไว้จะมาเล่าให้ฟังวันหลังค่ะ)
บ้านยายของ nana อยู่ที่จ.พิจิตร เป็นบ้านไม้สองชั้นยกใต้ถุนสูงค่ะ
หน้าบ้่านติดกับแม่น้ำน่าน มีพื้นที่ตลิ่งพอให้ปลูกอะไรได้
จากตลิ่งมองลงไปทางแม่น้ำค่ะ ช่วงนั้นน้ำลงพอดีทำให้มีที่ปลูกได้เยอะ
และต้องเก็บเกี่ยวก่อนน้ำจะขึ้นอีกครั้ง
(จะท่วมพื้นที่ที่เห็นไปหมดเลยล่ะค่ะ แล้วจะพัดพาดินแม่น้ำจากที่อื่นมาคลุมหน้าดินอีกครั้ง
วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกปีทำให้ยายไม่เคยใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเลย)
วันที่ไปนี่เป็นช่วงที่ข้่าวโพด และมันม่วง(เค้าเรียกมันเทศใช่ไม๊น๊อ)กำลังพร้อมเก็บพอดี
มองย้อนจากด้านแม่น้ำขึ้นไป ด้านหลังนั่นเป็นข้าวโพดข้าวเหนียวค่ะ
ส่วนด้านหน้าเป็นเถามัน
มองเยื้องไปอีกนิดเจอต้นไม้ใหญ่ ต้นนี้มีตั้งกะ nana เกิดอีกค่ะ
มัวแต่ชื่นชมธรรมชาติอยู่คุณยายเดินออกหน้าไปนู่นแล้ว
สายแล้วรีบไปเปลี่ยนชุดแล้วเดินตามไปช่วยคุณยายกันดีกว่าค่ะ
ตะแด๊น!!!
แปลงร่างเป็น "เกษตรกร" เย่ เย
มาช่วยกันเก็บไปพร้อมๆกันนะคะ
งานแรกคือเก็บข้าวโพดค่ะ
ฝักแบบนี้เก็บได้แล้ว!!!
ระหว่างที่เราเก็บข้าวโพด ยายก็หันไปจัดการกะเถามัน
เยอะแยะมากมาย ว่าแล้วยายก็เริ่มขุดให้ดู
ผลผลิตออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ
ยายบอกว่าช่วงที่ตาป่วยไม่ได้ลงมายกร่องตลบเถามันขึ้นมา
มันเลยหัวไม่ค่อยโตนัก
มาถึงตาเราขุดบ้าง...
อะจ๊ากกก...ว๊ากๆๆๆๆๆๆ
(มีแต่เสียงพากษ์ จินตนาการภาพเอาเอง ฮ่า)
สภาพแปลงมันหลังถูก nana ถล่ม
ช่วยกันสองแีรงแข็งขัน
ผลออกมาน่าพอใจเลยทีเดียว
แดดเริ่มแรงได้เวลาขึ้นบ้านแล้ว
หันเป็นเห็นพริกกำลังแดงระหว่างทางกลับเลยเหน็บมาซะหน่อย
พอบอกว่าจะเก็บพริกยายก็หันหลังไปตัดปลายใบตองมาให้ทันที
คุณยายนี่อินเทรนด์ลดโลกร้อนกะเค้าด้วยแฮะ (ที่นี่ไม่ใช้ถุงพลาสติกค่ะ)
ทำนู่นทำนี่สักพักก็บ่ายแก่ๆแล้ว
ชื่นชมผลงานอีกซักรอบ และเตรียมแปรรูปใส่ท้อง (ฮ่า)
เราก็เริ่มปอกข้าวโพดที่เก็บมาทั้งหมดออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ
เยอะกว่าที่คิดแฮะ
ระหว่างนั้น แม่ก็ใช้เตาถ่านทำกับข้าวมื้อเย็นไปด้วย
หลังจากแม่ยกหม้อใบสุดท้ายลงจากเตาเหลือถ่านอ่อนๆไว้ ก็ถึงทีของเรา ฮ่า
ปกติตั้งแต่สมัยเรียน nana จะมาบ้านยายปีละ 1-2 ครั้ง
ทุกครั้งที่มา รู้สึกเหมือนทิ้งความวุ่นวายทุกอย่างไว้ที่นู่น
มีแต่ตัวกับสองมือ และใจที่พองโต
มาใช้ชีวิต มาอยู่ มาซึมซับ....ความอิ่มอุ่นในใจ
วิถีชีวิตแบบนี้ เรียบง่ายและพอเพียง
nana คิดว่าตัวเองโชคดีมากๆที่ยังมีที่แบบนี้ให้กลับมาชาร์ตแบตในตัวได้
มาหนนั้นจำได้ว่ากลับไปสู่โลกความจริง ด้วยความรู้สึกเหมือนทุกครั้ง
มันอิ่มๆอุ่นๆข้างใน
นี่สินะที่เค้าเรียกกันว่า
" ความสุข "
nana
-------------------------------------------------------------------------------------------------

