credit : http://www.therestisnoise.com/2007/09/yo-yo-ma-the-re.html
YO-YO MA
- พ่อของโยโย่ หม่าเป็นครูสอนดนตรี แม่เป็นนักร้อง ทั้งพ่อและแม่เป็นคนจีน เขาเกิดที่ปารีส แต่อยู่ปารีสได้ ๔ ปี ครอบครัวก็ย้ายมานิวยอร์ค หม่าเริ่มฝึกเล่นไวโอลินตั้งแต่ ๔ ขวบ แต่เขาไม่ชอบเลยไม่ฝึกไวโอลินต่อ เขาชอบเชลโล เพียงเพราะตัวมันใหญ่กว่าเขา (เมื่อครั้งยังเด็ก) ทันทีเขาเห็นเชลโลเขาชี้มือไปแล้วบอกว่า "ผมจะเอาอันนี้" หม่าชอบอะไรที่ตื่นเต้น ชอบอะไรที่เห็นแล้วปิ๊งและหลงไหลมันได้ทันที แล้วเขาก็ฝึกเชลโลตั้งแต่นั้นมา
- โยโย่ หม่าซ้อมอย่างหนักเพื่อเวลาแสดงจริงจะได้เล่นอย่างสบายๆ แต่เขาก็มักมาซ้อมเอาก่อนหน้าการแสดง บ่อยครั้งที่ต้องเล่น ๒ ทุ่ม เขาซ้อมเสร็จเอา ๖ โมงเย็น แล้วงีบหลับเอาแรงหน่อยหนึ่ง ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาเล่น
- อาจารย์คนหนึ่งของโยโย่ หม่า บอกว่า โยโย่ หม่าใช้เวลาซ้อมเพียง ๑๕ นาที ในขณะที่ถ้าเป็นอาจารย์เองต้องซ้อม ๑ ชั่วโมง (แสดงว่าเขาอัจฉริยะทางดนตรีจริงๆ!)
- โยโย่ หม่า เล่นดนตรีเพลงคลาสสิกที่แต่งโดยนักประพันธ์เอกของโลกมาหมดแล้วทุกเพลง ไม่มีเพลงไหนที่เขาไม่รู้จักและไม่เคยเล่น จึงทำให้เขาต้องแสวงหาอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
- โยโย่ หม่า บอกว่าสิ่งที่เขาประทับใจในตัวพ่อ คือ "พ่อสอนให้ผมเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายๆ"
- บางครั้งโยโย่ หม่า ก็หลงๆ ลืมๆ เหมือนกัน มีครั้งหนึ่งเขาลืมเชลโลไว้ในรถแท็กซี่ที่นิวยอร์ค แต่ตำรวจก็ตามเอาคืนมาให้เขาได้
- วันแรกที่เข้าชั้นเรียนมานุษยวิทยาที่ฮาร์เวิร์ด ตอนนั้นโยโย่ หม่า อายุ ๑๖ ปี อาจารย์ที่สอนวิชานั้นเคยฟังโยโย่ หม่า เล่นคอนเสิร์ท พูดขึ้นในห้องเรียนว่า มีคนหนึ่งที่เล่นดนตรีได้ไพเราะที่สุดเท่าที่อาจารย์เคยฟังมา แล้วจบด้วยการชี้ไปที่โยโย่ หม่า (ที่ไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่คิดว่าอาจารย์กำลังพูดถึงตัวเขา) เขามุดลงไปใต้โต๊ะ (อยากแทรกแผ่นดินหนีหรืออย่างไรไม่ทราบ?)
- มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่นั่งในห้องแสดงคอนเสิร์ทที่โยโย่ หม่า ไปแสดงเต็ม คนที่มาแสดงก็ออกันอยู่หน้าห้องประชุม ก่อนที่การแสดงจะเริ่มขึ้น โยโย่ หม่า ทราบเรื่องก็ถือเชลโล่ของเขาออกมาเล่นให้ฟังหน้าห้องเลย คนที่ตีตั๋วไม่ทัน เข้าไปข้างในไม่ได้ แต่ได้ฟังฟรีๆ แม้ไม่ทุกเพลงก็กลับบ้านด้วยความพอใจ
- โยโย่ หม่า มีความสนใจรอบด้าน หลากหลาย เขาเข้าเรียนระดับปริญญาตรีที่ฮาร์เวิร์ด แต่ไม่เลือกสาขาดนตรี แต่เลือกศิลปศาสตร์(ทั่วไป) ที่ทำให้เขาได้เรียนรู้หลายอย่าง และเขาก็ชอบมานุษยวิทยาด้วย
- เพื่อนที่เป็นนักเปียโนที่พักอยู่ห้องเดียวกับเขาสมัยเรียนฮาร์เวิร์ด เฝ้าเพียรพยายามบอกเขามานานมากว่า โยโย่ หม่า เล่นดนตรีที่นักประพันธ์เอกของโลกแต่งดีมาก แต่ "แล้วตัวคุณอยู่ไหน?" ซึ่งเขาบอก (ในวิดีโอ) ว่า เป็นเวลาหลายปีที่โยโย่ หม่า ไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่เขาพยายามบอก จนกระทั่ง ... โยโย่ หม่า ล้มป่วยด้วยโรคติดเชื้อในกระดูกสันหลัง ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แพทย์ไม่รับประกันว่าแม้ผ่าตัดสำเร็จ (ซึ่งทำให้ตัวเขาสูงขึ้นอีก ๒ นิ้วด้วย) เมื่อหายแล้วเขาจะสามารถเล่นเชลโล่ได้อีกหรือไม่ ระหว่างการพักฟื้นที่เขาต้องหยุดเล่นเชลโล่นั่นเอง โยโย่หม่าได้ใคร่ครวญหลายเรื่องในชีวิตเขา หลังจากนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงตนเองไปเยอะมาก
- โยโย่ หม่า พบว่าเขาเป็นคนที่มีหลายวัฒนธรรมในตัวเอง เขาจึงออกเดินทางไปทั่วโลก ไปอัฟริกา เพื่อร่วมเล่นดนตรีกับคนพื้นเมืองที่นั่น เขาพูดภาษาพื้นเมืองไม่ได้ แต่เล่นกับเด็กๆ ที่นั่นได้โดยใช้การสีสายเชลโลแทนคำพูด ซึ่งก็สื่อกันได้รู้เรื่อง ต่อมาเขาทำโครงการเส้นทางสายไหม โดยการย้อนรอยเส้นทางการค้าโบราณระหว่างจีนกับยุโรป เขาร่วมเล่นดนตรีกับนักดนตรีพื้นบ้านในหลายประเทศระหว่างการเดินทาง(เพื่อ ค้นหาตนเอง?)นั้น กระทั่ง ในที่สุดได้ปรากฏงาน master piece ที่แสดงให้เห็นดนตรีที่เป็นอัตลักษณ์ของโยโย่ หม่า (ที่ผสมผสานตะวันตกตะวันออกอย่างลงตัว) เมื่อ อั้งลี่ ผู้กำกับภาพยนต์จีนกำลังภายในเรื่อง Hidden Dragon, Crunching Tiger ได้ให้โยโย่ หม่า เป็นคนแต่งเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ให้ หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร้จมากในอเมริกา (ทั้งหนังทั้งดนตรีประกอบ)
- เขียนโดย สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
- http://gotoknow.org/blog/inspiring/258135 <<ตามไปอ่านต่อได้ที่นี่
นักเชลโลสาวชาวอังกฤษ เธอเริ่มเล่นเชลโลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เเละเริ่มเล่นอาชีพครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปีเท่านั้น
สิ่งที่เชื่อมต่อ Jacqueline Du Pre และ YO-YO MA เข้าด้วยกันก็คือ
" เชลโล " ของเธอค่ะ
เชลโลที่เธอใช้นั้นมีชื่อเรียกว่า Davidov Stradivarius
คำว่า Davidov อาจจะเห็นสะกดกันหลายแบบเช่น Davidoff หรือ Davydov
เป็นเชลโลที่สร้างโดย Antonio Stradivari ในปี 1712 ซึ่งว่ากันว่าเป็นเชลโลรุ่นน้องที่สร้างให้เป็นฝาแฝด
กับ Duport Stradivarius (ปี 1711 สร้างโดยคนเดียวกัน)
ชื่อ Duport นั้นเรียกตาม Jean-Pierre Duport นักเชลโลช่วงปี 1800
และหนึ่งในนักเชลโลผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครอง Duport Strad. และเป็นครูของ Du Pre
ก็คือ Rostroprovich เพื่อนซี้ Britten นั่นเอง
สำหรับ Davidov Strad. นามนี้ก็มาจากชื่อของ Karl Davidov
อดีตนักเชลโลชาวรัสเซียผู้ยิ่งใหญ่อีกคน
คนนี้ Tchaikovsky ขนานนามว่า "จักพรรดิแห่งเชลโล" หรือ "Czar of Cellists" เลยทีเดียว
หลังจากผ่านการซื้อขายตกทอดมาหลายรุ่นเจ้า Davidov ตัวนี้
ก็ตกมาถึงมือของ Du Pre ด้วยน้ำเงินจำนวน 9 หมื่นเหรียญ
จากกระเป๋าของนักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อ Herbert N. Straus
ภายหลัง Du Pre เสียชีวิต
เชลโล Davidov Strad. ตัวนี้ก็ส่งต่อมาถึงมือ Yo-Yo Ma นั่นเองค่ะ
CREDIT :
ปอลอ.
- สวัสดี วันที่ 5 !!
- ชอบใจแอบขอดาวน้อย
(ผ่อนนาน) อยากให้คนรู้จักนักดนครีคลาสสิคกันมากขึ้นค่า
