สวัสดีมิตรรักแฟนหมีโหดทุกท่านค่ะ
ถ้าใครติดตามบล๊อกหมีโหดในช่วงนี้
อาจจะค่อนข้างสับสนในแนวทางการเขียน
อันจับฉ่ายเป็นอย่างยิ่งของอะฮั้น
ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
เอนทรีนี้แอบขอระบายนิดนึงอันเนื่องมาจากเรื่องที่ประสบพบเจอเมื่อคืนก่อน
อะฮั้นไปจอดรถแต่หัวค่ำค่ะ ณ แหล่งชอปปิ้งแห่งนึงกลางกรุง
เมื่อเริ่มดึกแล้วจึงออกมาเอารถเตรียมกลับ แต่ทว่าเรื่องไม่ง่ายเช่นนั้น
จะไม่เกิดปัญหาเลยถ้า
- ไม่มีรถมาจอดซ้อนคัน และดึงเบรคมือ............ (- _" -")
- ตรงที่จอดไม่เป็นแบบ outdoor สนามหญ้า
- พื้นไม่เป็นแอ่งน้ำเฉอะแฉะ และมีหล่ม กระจายทั่วไปเป็นหย่อมๆ
สถานการณ์ตามภาพประกอบค่ะ
รถคันที่ดึงเบรคมือคือคัน A ค่ะ \(O[]O)/ !!
ส่งผลให้อะฮั้นต้องเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นจนเที่ยงคืนกว่า
(เจ้าของรถคันที่ขวางยังไม่มาเอารถออกเลยค่ะ
อาศัยว่ารถคันข้างๆออกไปแล้ว
คุณ mukoman เลยมาช่วยลุยแอ่งน้ำโคลน
เข็นรถคันที่จอดซ้อนข้างๆออกไปแทน
จนมีช่องให้อะฮั้น กระดื๊บๆ ตะเกียกตะกายออกไป)
กว่าจะกลับถึงที่พำนัก ณ ปริ๊มณฑลแลนด์ ก็ล่วงเลยไปตี1 กว่าแล้ว.....
.
.
บางทีเรื่องเล็กๆน้อยๆที่มองข้ามไปอย่างมารยาทในการขับขี่
อาจส่งผลให้คนอื่นเดือดร้อนได้ค่ะ
.
.
.
เอนทรีนี้อะฮั้นจึงขอภูมิใจเสนอ
.
.
.
ปัจจุบันการขับขี่ยวดยานพาหนะในทางสาธารณะ นอกจากผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรโดยเคร่งครัดแล้ว เท่านั้นยังไม่เพียงพอ เพราะอุบัติเหตุส่วนหนึ่งมาจากการทะเลาะวิวาทอันเนื่องมาจากการขาดมารยาทใน การใช้รถใช้ถนน เกิดความขุ่นเคือง โมโห อาฆาตพยาบาท ดังนั้น จึงจำเป็นที่ผู้ขับขี่ต้องศึกษา ทำความเข้าใจในมารยาทและความเอื้ออาทรในระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยกัน เพื่อให้เกิดความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงควรหันมารณรงค์ ร่วมกันใช้มารยาทที่ดี และมีน้ำใจ เห็นอกเห็นใจ ให้อภัยต่อเพื่อผู้ร่วมทางด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1. มารยาท ในการสตาร์ทรถ
ไม่ควรย้ำคันเร่งหรือเหยียบคันเร่งเครื่องยนต์ค้างไว้ จนเกิดเสียงดังน่ารำคาญ เพิ่มมลพิษ ไอเสียให้สิ่งแวดล้อม สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
2. มารยาทในการเคลื่อนรถออกจากที่จอด
ควรเหยียบคันเร่งออกรถด้วยความนุ่มนวล ระมัดระวังรอบคอบ
ไม่ออกรถแบบกระชาก สร้างความหวาดเสียวตกใจเสียงดังแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง
3. มารยาทในการเร่งความเร็ว
การไต่ความเร็วให้สูงขึ้น ควรเพิ่มแรงเหยียบคันเร่งด้วยความนุ่มนวล
กรณีฉุกเฉินที่จำเป็นต้องเร่งความเร็วแบบฉับพลัน (ในระบบเกียร์อัตโนมัติ) ควรโอเวอร์ไดร์ฟ แทนการคลิกดาวน์ (การเหยียบคันเร่งอย่างเร็วและสุดคันเร่ง) จะทำให้รถเคลื่อนไปแบบไม่กระชาก
4. มารยาทในการใช้ความเร็ว
ควรใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด (เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นทั้งกฎหมายและมารยาท)
ในเขตชุมชน คนพลุกพล่าน ต้องลดความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ แม้ขับรถไม่เกินความเร็วขั้นสูงที่กฎหมายกำหนด แต่บางครั้งบางสถานที่อาจถือว่าไม่มีมารยาทก็ได้
5. มารยาทในการแซง
ควรให้สัญญาณก่อนแซงทุกครั้ง เพื่อให้รถคันหน้ารู้ตัวและระมัดระวังหรือให้ทาง
ไม่แซงในที่หรือเขตห้ามแซง หรือในที่คับขัน เพื่อมิให้เกิดความหวาดเสียวแก่ผู้อื่น
การขับผ่านรถที่จอดริมถนน (ด้านที่เราขับ) ต้องดูว่ามีรถที่วิ่งสวนทางมาหรือเปล่า ถ้ามีรถสวนมาให้รถคันที่สวนมาขับผ่านไปก่อน แล้วเราค่อยขับแซงขึ้นไป
ถนนยิ่งแคบ ยิ่งต้องขับช้า ๆ และแซงด้วยความระมัดระวัง
ควรเว้นระยะให้ห่างจากรถคันที่ถูกแซงอย่างเหมาะสม ไม่เบียดจนเกินไป
แซงแล้ว ไม่หักเข้าซ้ายเร็วจนเกินไป ดูเป็นลักษณะปาดหน้า ทำให้รถคันถูกแซงต้องเบรคตัวโก่ง หรือหักหลบเสียการควบคุมรถ
แซงพ้นแล้วให้ชิดซ้ายทันที ไม่ว่าจะมีรถตามหลังมาหรือไม่ หากมีรถตามหลังมาก็จะไม่เป็นการกีดขวางรถคันอื่น
6. มารยาทในการให้แซง
เมื่อมีรถจะแซงควรขับชิดทางซ้าย เพื่อให้มีช่องทางเพียงพอแก่รถที่ขอแซง
เมื่อเห็นสัญญาณขอแซงจากรถคันหลัง เช่น การดับไฟ การให้สัญญาณไฟเลี้ยวขาว เราควร "ตอบรับ" ด้วยการให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย และลดความเร็วให้รถคันหลังแซงขึ้นไป
ไม่ควรเร่งความเร็วตีคู่กับรถที่ขอแซง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ หรือเกิดการวิวาทได้ ซึ่งในทางคดีมักจะถือว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความประมาทของทั้งสองฝ่าย (ผิดทั้งคู่แม้คันที่ไม่ยอมให้แซง จะไม่ชนใครก็ตาม)
เมื่อมีรถแซงขึ้นมาตีคู่รถเรา แล้วมีรถวิ่งสวนทางมา เราควรลดความเร็วเพื่อเว้นช่องว่างให้รถที่ตีคู่เรามามีช่องว่างหลบเข้ามา เป็นน้ำใจที่ช่วยลดอุบัติเหตุ (แม้ว่าคนที่ขับตีคู่มาจะขับไม่ถูกต้องและใจเราไม่อยากเปิดทางให้ก็ตาม แต่เราต้องให้อภัย เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุ)
7. มารยาทในการเลี้ยวรถ
ให้สัญญาณล่วงหน้าในระยะที่เหมาะสม และชะลอความเร็วรถลง เพื่อให้รถคันอื่นรู้ตัวการเลี้ยวซ้ายในทางร่วมทางแยก เราจะเห็นป้าย "เลี้ยวซ้ายผ่านตลาด" หมายความว่าเลี้ยวได้ต่อเมื่อเห็นว่าปลอดภัย มารยาทที่ต้องคำนึงในกรณีนี้คือ การให้รถอื่นไปก่อน ต่อเมื่อเห็นว่า รถว่างปลอดภัยแล้ว จึงเลี้ยวซ้ายได้ มิได้หมายความว่า เลี้ยวซ้ายได้เลยไม่ต้องระวังอะไร
เมื่อเลี้ยวรถเรียบร้อยแล้ว ต้องเปลี่ยนสัญญาณไฟให้กลับสู่ปกติ ไม่ลืมเปิดค้างไว้
8. มารยาทในการเปลี่ยนช่องเดินรถ
ให้สัญญาณไฟซ้ายหรือขวาล่วงหน้าในระยะที่เหมาะสม
เมื่อเห็นปลอดภัยแล้วให้เปลี่ยนช่องเดินรถโดยเร็ว แล้วเปลี่ยนสัญญาณไฟกลับเป็นปกติ
ใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับรถที่อยู่ในช่องการเดินรถนั้น ไม่ให้รถที่ตามมาต้องชะงักหรือเบรคเสียจังหวะ
9. มารยาทในการขับรถสวนทางกัน
ถ้าทางสวนกัน ต้องลดความเร็ว ใช้ความเร็วให้เหมาะสม ขับรถชิดของซ้ายให้มากที่สุด
ไม่ใช้ไฟสูงเป็นเด็ดขาด เพราะจะแยงตาผู้ขับรถคันที่สวนมา
ขับชิดขอบทางด้านซ้ายให้มาก เท่าที่จะทำได้ ไม่กินเลนเข้าไปในช่องเดินรถอื่น เพื่อไม่ให้เกิดการหวาดเสียว
10. มารยาทการใช้แตร
แตรรถ มีไว้เพื่อใช้เตือนหรือให้ระมัดระวัง ซึ่งจะใช้เสียงสั้น ๆ เช่น ปิ๊น หรือ ปิ๊น ปิ๊น
ไม่ใช้แตรด่าผู้ขับขี่อื่น การด่าด้วยเสียงแตรส่วนใหญ่จะเป็นเสียงยาว ปิ๊น. . . . . . . . . . . . . . . . ปิ๊น
ไม่ใช้แตรในเขตชุมชน โรงพยาบาล หรือเขตห้ามใช้เสียง
ไม่ใช้แตรขณะรถจอดอยู่ เว้นแต่รถคันอื่นจะถอยมาชน
แตรรถ มักใช้เมื่อ
ทางโค้งหักศอกหรือโค้งที่มองไม่เห็นรถสวนมา
มุมอับในซอยที่มีกำแพงทึบบังอยู่หรือบริเวณที่ไม่แน่ใจ เพื่อเตือนรถที่สวนมา
เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เช่น รถของเราเบรคแตก ยางระเบิด เพื่อให้รถคันอื่นรู้ตัว หลบหลีก
ขอความช่วยเหลือ
11. มารยาทการใช้ไฟสูง
มีความหมายเช่นเดียวกับแตร คือ ใช้ไฟสูงเพื่อเตือนให้ระวัง แต่นิยมใช้ในเวลากลางคืน
กรณีที่มักใช้ไฟสูง
เวลาขับข้ามเนิน ทางโค้ง เพื่อให้รถวิ่งสวนมารู้ว่า มีรถเรากำลังวิ่งสวนไป
ใช้เตือน ขอทางก่อนแซง
ใช้ตรวจทางข้างหน้าให้แน่ใจว่ามีลักษณะทางอย่างไร มีสิ่งกัดขวางหรือไม่
ไม่ควรใช้ไฟสูงในลักษณะไล่รถคันหน้าหรือแกล้งให้รถคันที่สวนมามองไม่เห็นแสบตา
12. มารยาทในระหว่างขับรถปกติ
ควรขับชิดซ้ายเป็นหลักสากล
ไม่ขับคล่อมช่องเดินรถ เพราะจะทำให้คนอื่นสับสนในการแซง หรือการขับตามหลัง
ไม่ใช้สัญญาณไฟสูง จะแยงตารบกวนคนที่ขับรถคันข้างหน้า
แตะเบรคเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้รถคันหลังต้องชะงักตาม
การเปลี่ยนช่องเดินรถ (เปลี่ยนเลน) ต้องให้สัญญาณก่อนและเปลี่ยนในจังหวะที่ปลอดภัย ไม่หวาดเสียว แล้วเร่งความเร็วให้สัมพันธ์กับรถในช่องนั้น)
ให้ความสะดวกแก่รถฉุกเฉินต่าง ๆ
ไม่ขับจี้ท้าย แต่ควรเว้นระยะห่างให้เหมาะสม การขับจี้ท้ายจะทำให้รถคันข้างหน้ารำคาญ กังวลใจ เครียด และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
13. มารยาทการขับผ่านทางข้าม หรือเขตชุมชน เขตโรงเรียน
ให้ลดความเร็ว และใช้ความระมัดระวังกว่าปกติ
มีน้ำใจให้คนเดินเท้าในการข้ามถนน
ไม่กดแตร หรือกระพริบไฟ ในลักษณะไล่ หรือทำให้ตกใจ แต่ควรใช้ในลักษณะเป็นการเตือนจะดีกว่า
14. มารยาทในการขับรถลุยฝน / น้ำ
ควรใช้ความเร็วต่ำ เพื่อไม่ให้น้ำกระเซนไป โดนคนเดินเท้า หรือรถคันอื่น
หลีกเลี่ยงผิวถนนที่มีน้ำขัง เพราะอาจทำให้เกิดการแฉลบ น้ำกระเซ็น
ไม่เปิดไฟกระพริบฉุกเฉินขณะฝนตก เพราะจะทำให้คนขับรถคันที่ขับตามหลัง เกิดความรำคาญ เสียสมาธิ และเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ถูกกฎจราจรด้วย
เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอสมควรมากกว่าการขับถนนแห้งเป็นระยะ 2 เท่า เพราะเบรคอาจลื่นกว่าสภาพการณ์ปกติเพื่อมิให้รถคันข้างหน้าหวาดเสียว ต้องเร่งความเร็วหนีเราไปอีก
15. มารยาทในการใช้สปอร์ตไลท์ หรือไฟตัดหมอก
ควรใช้เมื่อมีหมอก ควัน ตามวัตถุประสงค์ของการผลิต
ในสภาพจราจรปกติ แม้เป็นเวลากลางคืน แสงไฟหน้ารถก็เพียงพอแล้ว ไม่ควรใช้ สปอร์ตไลท์ เพราะเป็นการรบกวนคนอื่น ทำให้แยงตารถคันหน้า หรือรถที่สวนมา ทำให้สายตาพร่ามัว ก่ออันตรายในการขับรถ หรือคู่กรณีอาจเปิดไฟสูง เพื่อตอบโต้ เป็นสาเหตุการวิวาทในท้องถนน โดยไม่มีเหตุสมควร
หากเห็นว่ามืดจริง ๆ เช่น ในถนนผ่านป่า เขา ก็เปิดไฟสูงได้ แต่เมื่อเห็นว่า มีรถอยู่ ข้างหน้าหรือเห็นว่ารถสวนมา ก็ควรปิดเสีย หรือพูดง่าย ๆ ว่า เปิดเมื่อไม่รบกวนคนอื่น
ควรมีฝาครอบปิดสปอร์ตไลท์ไว้ เมื่อขับรถในเมือง
ไฟตัดหมอกหลัง "สีแดง"มีในรถบางรุ่น เพื่อเตือนรถคันที่ตามมา ควรเปิดเมื่อหมอกลงหรือฝนตกหนัก ไม่ควรเปิดในสภาพทางปกติ
16. มารยาทในการหยุดรถ
ดูกระจกมองหลังว่า มีรถตามมาหรือไม่
ควรให้สัญญาณล่วงหน้าในระยะที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณแตะไฟเบรคให้รู้ หรือให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย (กรณีขอหยุดจอดข้างทาง)
ลดความเร็วลง โดยค่อย ๆ แตะเบรคในระยะที่รถคันหลังมีเวลาเบรคได้ทัน
ต้องไม่หยุดรถขวางทางเข้า-ออก ขวางช่องทาง "เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด" ขวาง "เส้น ทะแยงห้ามหยุด" หรือขวางการจราจรต่าง ๆ ที่สำคัญคือ เมื่อหยุดรถต้องดูรอบ ๆ ว่าจอดขวางใครหรือไม่ ถ้าขวาง ต้องหาทางขยับรถเพื่อเปิดทางให้คนอื่น
17. มารยาทในการใช้เบรค
ไม่แตะเบรคโดยไม่จำเป็น หรืออย่าแตะบ่อยจนเกินไป จะทำให้รถคันหลังที่ตามมาชะงัก รำคาญ เพราะต้องแตะเบรคตามโดยไม่จำเป็นเช่นกัน
ไฟเบรคต้องไม่เสีย
- ควรจอดให้ชิดขอบทางให้มากที่สุด
- ควรถอยหลังเข้าจอด หันหน้ารถออกและจอดให้ตรงช่องจอด
- ควรดูระยะห่างระหว่างคัน เพื่อให้รถคันอื่นเข้าจอดได้สะดวก เปิดประตูรถได้สะดวก
- ไม่ควรจอดซ้อนคัน แต่ถ้าหากจำเป็นต้องจอดซ้อนกัน จะต้องตั้งล้อให้ตรงไม่ดึงเบรคมือหรือล็อคเกียร์ เพื่อให้คนอื่นสามารถเลื่อนรถเราออก และให้รถคันที่จอดด้านในขับออกได้
- ไม่จอดกินพื้นที่ต้องกะระยะให้รถคันอื่นจอดได้มากคันที่สุด
- ไม่ควรจอดซ้อนคัน แต่ถ้าจอดซ้อนคันจะ ต้องไม่ล็อคเบรคมือหรือเกียร์
- ไม่จอดในลักษณะกีดขวางการจราจร หรือกีดขวางรถผู้อื่น
- กรณีรถจอดเสีย ให้แสดงไฟฉุกเฉิน หรือป้ายสามเหลี่ยม
- ไม่ควรจอดในพื้นที่ห้ามจอด เพราะผิดทั้งกฎจราจรและเป็นจุดอันตรายด้วย
- การจอดรถรอสัญญาณไฟเขียวไฟแดง ต้องเว้นระยะห่างระหว่างคันหน้าเรา คันหลังเรา และคันด้านข้างเราด้วย ให้เหมาะสม ให้รถจักรยานยนต์ผ่านได้สะดวก
ในกรณีที่เราขับรถผิดมารยาท ผิดกฎจราจร หรืออะไรก็ตามที่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เราต้องไม่เพิกเฉยที่จะแสดงการขอโทษ เช่น การยกมือขวาขึ้นระดับคิ้ว พร้อมโค้งศีรษะ หรืออาการอื่น ๆ ที่สื่อว่าเรารู้ตัวว่าเราผิดและขอโทษด้วย
20. การแบ่งปันน้ำใจ
มารยาทในขณะขับรถ ที่สังคมเรียกร้องกันมากคือ การแบ่งปันน้ำใจ ซึ่งจะสะท้อนออกมาจากผู้ขับขี่ว่า มีจิตใจอย่างไรบ้าง และมีหลากหลายรูปแบบ เช่น
การมีเมตตาธรรมต่อผู้เดินเท้า ได้แก่ การระวังไม่น้ำกระเซ็นไปโดนคนเดินเท้า การหยุดรถให้คนเดินเท้าข้ามถนน ไม่ใช้แตรให้ตกใจ
การมีน้ำใจกับผู้ขับขี่อื่น ได้แก่ การเปิดทางให้แทรกเข้ามาในช่องเดินรถ การเปิดทางให้แซง การเตือนรถสวนมาว่าข้างหน้ามีด่านตำรวจ
การไม่อาฆาตพยาบาทผู้อื่นการรู้ให้อภัยต่อผู้อื่น
21. การแสดงความขอบคุณ
การแสดงความขอบคุณ เป็นมารยาทที่จำเป็นต้องใช้ให้เคยชินติดเป็นนิสัย โดยถ่ายทอดความรู้สึกที่ดีที่เราได้รับการปฏิบัติหรือได้รับน้ำใจที่ดีจาก ผู้ใช้ทาง เช่น การโค้งศีรษะขอบคุณ การส่งยิ้มขอบคุณ การยกมือขวาพร้อมโค้งศีรษะ
CREDIT : ข้อมูลดีๆ จาก สถาบันเซฟตี้โรด safetyroad.net
http://www.nissanfriendclub.com/forum/showthread.php?tid=2455
แถมอีกนิด
TIPS : การจอดรถอย่างมีมารยาท
1. ไม่ควรจอดรถใกล้ปากซอย หรือทางเข้าออกมากเกินไป ทั้งช่วงก่อนถึงและช่วงที่รถ
ต้องเลี้ยวออก ท่านจะทำให้รถที่เลี้ยวเข้าต้องชะลอรถบนถนนใหญ่ และเวลาออกไม่สามารถ
ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวออกได้ทันที ทำให้รถติด ในซอย และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
2. ไม่ควรจอดรถใกล้ทางแยกในซอยที่แคบประมาณสองเลน รถท่านอาจโดนเฉี่ยวจากรถ
ที่ตีวงเลี้ยวไม่พ้นได้ และทำให้การจราจรติดขัดเพราะรถทุกคันต้องชะลอเพื่อหลบรถท่าน
3. หากท่านที่ยังถอยจอดไม่คล่อง ควรฝึกให้เกิดความเคยชิน
เพื่อความรวดเร็วของทั้งตัวท่านเองและเพื่อนผู้ใช้รถทุกคน
4. ก่อนจอดอย่าลืมดูว่ามีคันอื่นที่มาก่อนเราจอดเปิดไฟกระพริบรออยู่หรือไม่
ส่วนมากมักจะเลยไปจากช่องที่ว่าง เพื่อถอยจอด เอาหัวออกมาก่อนให้เค้าได้ออกก่อน
5. อย่าจอดรถหันหัวรถสวนทางกับรถที่วิ่งมา หรือจอดรถต้องชิดซ้ายนั่นเอง
ถ้าวิ่งๆมาแล้วเห็นซีกขวาของซอยว่างแล้ววิ่งสวนเลนไปจอดโดยไม่กลับรถ
ถือว่าผิดกฎจราจร มีสิทธ์โดนใบสั่งได้
6. เส้นเหลือง ห้ามหยุด เผื่อๆไว้หน่อย อย่าตามติดคันหน้า
ถ้าไม่แน่ใจว่า รถท่านจะพ้นเส้นเหลือง
7. ในสถานที่ที่เป็นวันเวย์ต้องวิ่งวนเพื่อออกแล้วไปเจอรถวิ่งช้าเพื่อหาที่จอด
ก็ช่วยๆกันใจเย็นๆ ถ้าเรา เป็นคันหาที่จอดก็เร่งๆหน่อย แต่ถ้าเป็นคันหลังก็ใจเย็นหน่อย
ถนนแบ่งๆกันใช้ จะไปเร่งเค้ามากก็เกินไป แต่คันหน้าช้าไปก็ไม่ดี แบ่งๆกันไปใจเย็นๆ
ยังไงอยู่ในสถานที่แบบนั้นก็ไม่ควรขับเร็วมากนัก
8. จอดรถซ้อนคัน อย่าลืมปลดเบรคมือ ยิ่งซ้อนสองคัน ยิ่งอย่าลืมใหญ่
9. อย่าจอดคร่อมสองช่องจอด หรือชิดเส้นซะจนคันอื่นเข้าไม่ได้
เสียดายถนน เงินภาษีพวกเราทั้งนั้น
10. หลีกเลี่ยงการจอดรถขวางหน้าบ้าน ตึกแถว ถ้าจำเป็นอย่าลืมปลดเบรคมือ
11. บ้านไหนมีขโมยเยอะ ถ้าจอดในบ้านจอดเอียงหน่อยก็ดี ไม่งั้นมันจะเข็นออกง่ายไป
เห็นในข่าวเค้าเอา สังกะสีปูรอบรถ ใครเดินเข้าใกล้หรือคิดจะลากออกก็มีเสียงดังแล้ว
ส่วนพวกที่ล็อคพวงมาลัย ล็อคเกียร์ ล็อค คลัทช์ ทำได้แค่ยืดเวลางัดออกไปเท่านั้น
ไม่กี่นาที ก็ขนไปแล้ว
CREDIT : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=anotherside&month=28-01-2009&group=30&gblog=26
_________________________________________________________
ปอลอ.
- สวัสดีวันที่ 8
- เนื่องจากกลับมาถึงแบบหมดสภาพจึงม่อยกระรอกหลับไป
ยังดีไม่ต้องกางเต็นท์นอนตรงนั้นเลย..
)