2009/Jun/09

 
 
 
 
 
สวัสดีมิตรรักแฟนหมีโหดทุกท่านค่ะ
 
หลังจากเกิดปรากฏการณ์ JUNE WRITE
 
บล๊อกนี้ก็เริ่มเข้าสู่แนวจับฉ่ายขึ้นทุกวัน และก็คาดว่าจะจับฉ่ายต่อไปค่ะ (แหะ)
 
ยังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านกันเสมอมานะคะ
.
.

.
 
นั่งนึกไปนึกมาว่าเอนทรีนี้จะเขียนอะไรดีน๊อ...
 
ก็เลยปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ว่า
 
เราไม่ค่อยได้เขียนเอนทรีให้ความรู้
 
หรือเอนทรีเกี่ยวกับวิชาชีพเลยนี่นา (เพิ่งมารู้ตัวเรอะ)
 
(เขียนแต่ละเอนทรี คนอ่านยิ่งงงหนัก
 
ว่า จขบ.มันทำงานอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมมันจับฉ่ายอย่างนี้)
 
 
 
เอนทรีนี้เลยเปิดเผยตัวซะหน่อย
 
หลายๆคนที่ติดตามกันมาก็คงจะพอรู้
 
ว่าอะฮั้นมีอาชีพเป็นสาวโรงงาน (จริง จริ๊ง)
 
 
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
 
 
แต่ที่จะพูดถึงวันนี้คืออาชีพเสริมตะหาก
 
อะฮั้นมีพาร์ทไทม์คือการ ขายยา ค่ะ
 
 อะฮั้นทำจ๊อบที่ร้านยาแห่งหนึ่ง ณ ปริ๊มณฑลแลนด์ ดินแดนแห่งความห่างไกล
 
(ที่จริงแล้วพอสวมเสื้อกาวน์แล้ว อะฮั้นเป็นคนจริงจัง เรียบร้อย และสุขุม นะเออ อิ อิ)
 
 
 
 
 
 
ระหว่างการอยู่ร้านก็จะเจอผู้ป่วยเคสแปลกๆหลากอารมณ์
 
สร้างสรรค์จรรโลงใจให้แก่ชีวิตมากมาย
 
(เคยเขียนเป็นคอมมิกด้วย ตามไปยลได้ ที่ หมอยา ฮาเฮ )
 
จนบางทีแทบจะกำหนดเทรนด์ได้เลย
 
 
อย่างเช่น
 
 
เมื่อปีที่แล้วช่วงนึง
 
ก็จะมีผู้ป่วยมาพร้อมรอยผื่นแดงช่วงอกเป็นวงกลมๆ
 
กับผื่นแดงเป็นปื้นที่คอ
 
หลายเคสมากมาก
 
อาการประมาณผื่นแพ้สัมผัส
 
 สรุปความว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่จตุคามกำลังดังค่ะ (- _ -")
 
 
 
ช่วงสงกรานต์ยาที่ขายดีที่สุดคือ...
 
ลองทายกันดูค่ะ
 
ติ๊ก ต่อก
 
ติ๊ก ต่อก
 .
.
ยาเลื่อนประจำเดือน
(ฮ่า ใครทายถูกมั่ง)
 
 
หรือบางช่วงก็มีคนมากว้านซื้อยาแก้หวัด (ไปเป็นส่วนผสมยาเสพติด)
 
มีการจัดทีมเป็นแกงค์ไม่ซ้ำหน้า มาแวะเวียนกันซื้อค่ะ
 
ซึ่งก็จะมีการแจ้งเตือนมาที่สาขาอยู่แล้ว ก็จะมีการกำจัดจำนวนการซื้อต่อคนต่อวันได้
 
 
คร่าวๆก็อะไรประมาณนี้
 
การไปอยู่ร้านจึงเป็นกิจกรรมพบผู้ป่วยสัญจรที่  ว๊า ฮู้ เป็นที่สุด
 
 
และช่วงนี้ก็มีเทรนด์นึงที่น่าเป็นห่วงค่ะ
 
ก็คืออาหารเสริมค่ะ
 
เมื่อนานมาแล้วอาหารเสริมจะมีราคาค่อนข้างสูง(ตอนนี้ก็ยังแพง)
 
เน้นเกี่ยวกับสุขภาพ และการบำรุงสมอง(ประมาณ วิตามินและแร่ธาตุ)
 
กลุ่มลูกค้าจึงมักจะเป็นวัยทำงานแล้ว หรือ 30+ ยังแจ๋ว
 
และหลังจากที่บ้านเราได้รับค่านิยมอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับความขาว
 
ขาวแล้วสวย ผอมแล้วเริ่ด อะไรแบบนั้น
 
 (ซึ่งก็ยอมรับล่ะนะว่าเทรนด์นี้มันก็น่ามองใช่ย่อย)
 
แล้วก็มีโปรดักซ์เกี่ยวกับความขาว ความผอม ผุดขึ้นยิ่งกว่าดอกเห็ด
 
กลุ่มลูกค้าก็เขยิบ วัยลงมาเป็นวัยเรียน
 
นั่นก็ไม่เท่าไหร่ (อันที่จริงน้องๆก็สวย ใส ตามวัยอยู่แล้ว )
 
 
 
 
จนมาล่าสุดที่แอบต๊กกะใจจนต้องมาเขียนเอนทรีนี้คือ
 
 มีเด็กคนนึงเดินมาที่ร้าน แล้วถามว่า
 
มีอะไรที่กินแล้วขาวมั่งคะ
 
มองหน้าน้องแล้วจึงขอถามอายุเป็นอย่างแรก
 
ปรากฏว่ายังไม่ 15 เลยค่ะ  (-_"-")
 
งานนี้เป็นอันจบข่าว
 
จึงให้ความรู้และแนะนำน้องเค้าไปนิดหน่อย แต่ไม่ขายอะไรให้ทั้งสิ้นค่ะ
 
น้องดูเซ็งๆและ เชื่อว่าคงจะไปถามหาที่ร้านยาอื่นๆอีกจนกว่าจะได้
 
(แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าถ้ามีเภสัชกรประจำอยู่
 
คงไม่มีใครขายอะไรให้น้อง ยกเว้นไปเจอร้านที่ไม่มีเภสัช
 
แอบเป็นห่วงจริงๆค่ะ )
 
 
กับอีกเคสนึง
 
เป็นน้องผู้หญิงคาดคะเนราวๆม.ต้น มาถามหาแคลเซียมแบบเม็ด
 
แล้วน้องก็ถามคำถามที่คาดไม่ถึงค่ะ
 
กินกี่วันแล้วจะสูงค่ะ
 
เดือนนึงจะสูงขึ้นกี่เซนต์คะ...
 
เล่นเอาอึ้งไปเลยค่ะ หลังจากตั้งสมาธิกลับมาได้
 
จึงได้อธิบายให้น้องเข้าใจ
 
และสุดท้ายก็ไม่ได้ขายอะไรไปให้น้องอีกเช่นเคย
 
( ยอดขายอาหารเสริมของร้านตกเพราะอะฮั้นสินะเนี่ย )
 
 
 
ความสวยความงามกับผู้หญิงเนี่ยเข้าใจว่าเป็นของคู่กัน
 
แต่มีแนวโน้มอายุน้อยลงทุกวันๆ จากเคสที่เจอมานี่รู้สึกเป็นห่วงจริงๆค่ะ
 
ก็เข้าใจนะคะว่าการรับทั้งสื่อและการโฆษณาที่เกินจริง
 
กลายเป็นสร้างความเข้าใจ และค่านิยมที่ผิดๆ
 
ขนาดผู้ใหญ่เองก็ยังมีความเชื่อผิดๆเลยล่ะค่ะ
 
แล้วเด็กเนี่ยคงไม่สามารถแยกแยะได้ขนาดนั้น
 
นี่ยังไม่นับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โบ๊ะกระหน่ำจัมโบ้เอ ทั้งหลายอีกนะคะ
 
เฮ้อ......
 
เป็นห่วงอนาคตของชาติจริงๆค่ะ
 
 
 
 
 
กระแสความขาวมาแรงข้ามปี
 
(ค่านิยมผู้หญิงไทยต้องขาว???)
 
เทรนด์เกาหลีก็กำลังดัง...
 
เลยถือโอกาสนี้ขอหยิบยกบทความดีๆให้ความรู้เกี่ยวกับ ผิวหนังกันค่ะ
 
 
 

 
เข้าใจ “โครงสร้างของผิว”





Photobucket



ผิวประกอบไป 3 ชั้นใหญ่ ๆ คือ
 
  • ชั้นนอก (Epidermis) 
  • ชั้นใน(Dermis)
  • ชั้นไขมัน (Subcutaneous fat)
 
 
 
ผิวชั้นนอก (Epidermis)
 
 
 
เป็น ส่วนที่อยู่นอกสุดของผิว ในชั้นนี้ก็ยังแบ่งย่อย ๆ ได้อีก 4 ชั้น
 
โดยชั้นที่อยู่ลึกสุดของผิวชั้นนอกก็คือ Basal Cell Layer
เหนือขึ้นมาก็เป็น Spinous Cell Layer
ถัดขึ้นมาอีกก็เป็น Granular Cell Layer
 
ส่วนชั้นนอกสุดที่เราประโคมปะครีมลงไปทุกทุกวันก็คือ Stratum Corneum หรือผิวชั้นขี้ไคลนั่นเอง
 


Photobucket



- Basal Cell Layer เป็นชั้นที่เซลล์ผิวกำเนิดและแบ่งตัวขึ้นมาใหม่โดยใช้สารอาหารและพลังงานจาก
เส้นเลือดฝอยที่อยู่ในผิวชั้นกลาง ผิวสุขภาพดีที่ไม่โดนทำร้ายจากแสงแดดหรือมลภาวะและปัจจัยลบภายนอก
(อย่างผิวเด็ก) การแบ่งตัวของเซลล์ก็จะสมบูรณ์ดีมีรูปทรงที่ถูกต้องและทำหน้าที่อย่าง สมบูรณ์
เมื่อถูกเลื่อนออกมาเป็นผิวชั้นนอกสุดมันก็เลยดูเรียบเนียน
 
แต่ถ้าผิวถูกทำร้ายจากแสงแดดหรือมลภาวะ
เซลล์ผิวก็จะแบ่งตัวอย่างไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม
รูปทรงของเซลล์อาจจะไม่สมบูรณ์
ทำให้ผิวที่เกิดใหม่และถูกดันออกมาสู่ภายนอกนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่


สิ่ง ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุด (เท่าที่เป็นที่ยอมรับกัน) ก็คือสารกลุ่ม Retinoid
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กรดวิตามินเอ” หรือ Retinoic Acid อย่างเช่น
Tretinoin (Retin-A, Renova) Tazarotene (Tazorac) และ Adapalene (Differin)
ซึ่งเป็นสารที่ขึ้นทะเบียนยา ไม่สามารผสมลงในเครื่องสำอางหรือเวชสำอางได้
 
 ส่วนผสมของ Retinol, Retinaldehyde, Retinyl palmitate ที่ใส่ในเครื่องสำอาง
(ซึ่งมักใส่มาในปริมาณน้อยมาก)
 
จะต้องไปแตกตัวให้กลายเป็น Retinoic Acid อีกทีเมื่อทาลงไปบนผิว
แน่นอนว่าเมื่อแตกตัวแล้วมันก็ยิ่งมีปริมาณน้อยลงไปอีก
ดังนั้นสารพวก Retinoid