2009/Jun/09

 
 
 
 
 
สวัสดีมิตรรักแฟนหมีโหดทุกท่านค่ะ
 
หลังจากเกิดปรากฏการณ์ JUNE WRITE
 
บล๊อกนี้ก็เริ่มเข้าสู่แนวจับฉ่ายขึ้นทุกวัน และก็คาดว่าจะจับฉ่ายต่อไปค่ะ (แหะ)
 
ยังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านกันเสมอมานะคะ
.
.

.
 
นั่งนึกไปนึกมาว่าเอนทรีนี้จะเขียนอะไรดีน๊อ...
 
ก็เลยปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ว่า
 
เราไม่ค่อยได้เขียนเอนทรีให้ความรู้
 
หรือเอนทรีเกี่ยวกับวิชาชีพเลยนี่นา (เพิ่งมารู้ตัวเรอะ)
 
(เขียนแต่ละเอนทรี คนอ่านยิ่งงงหนัก
 
ว่า จขบ.มันทำงานอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมมันจับฉ่ายอย่างนี้)
 
 
 
เอนทรีนี้เลยเปิดเผยตัวซะหน่อย
 
หลายๆคนที่ติดตามกันมาก็คงจะพอรู้
 
ว่าอะฮั้นมีอาชีพเป็นสาวโรงงาน (จริง จริ๊ง)
 
 
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
 
 
แต่ที่จะพูดถึงวันนี้คืออาชีพเสริมตะหาก
 
อะฮั้นมีพาร์ทไทม์คือการ ขายยา ค่ะ
 
 อะฮั้นทำจ๊อบที่ร้านยาแห่งหนึ่ง ณ ปริ๊มณฑลแลนด์ ดินแดนแห่งความห่างไกล
 
(ที่จริงแล้วพอสวมเสื้อกาวน์แล้ว อะฮั้นเป็นคนจริงจัง เรียบร้อย และสุขุม นะเออ อิ อิ)
 
 
 
 
 
 
ระหว่างการอยู่ร้านก็จะเจอผู้ป่วยเคสแปลกๆหลากอารมณ์
 
สร้างสรรค์จรรโลงใจให้แก่ชีวิตมากมาย
 
(เคยเขียนเป็นคอมมิกด้วย ตามไปยลได้ ที่ หมอยา ฮาเฮ )
 
จนบางทีแทบจะกำหนดเทรนด์ได้เลย
 
 
อย่างเช่น
 
 
เมื่อปีที่แล้วช่วงนึง
 
ก็จะมีผู้ป่วยมาพร้อมรอยผื่นแดงช่วงอกเป็นวงกลมๆ
 
กับผื่นแดงเป็นปื้นที่คอ
 
หลายเคสมากมาก
 
อาการประมาณผื่นแพ้สัมผัส
 
 สรุปความว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่จตุคามกำลังดังค่ะ (- _ -")
 
 
 
ช่วงสงกรานต์ยาที่ขายดีที่สุดคือ...
 
ลองทายกันดูค่ะ
 
ติ๊ก ต่อก
 
ติ๊ก ต่อก
 .
.
ยาเลื่อนประจำเดือน
(ฮ่า ใครทายถูกมั่ง)
 
 
หรือบางช่วงก็มีคนมากว้านซื้อยาแก้หวัด (ไปเป็นส่วนผสมยาเสพติด)
 
มีการจัดทีมเป็นแกงค์ไม่ซ้ำหน้า มาแวะเวียนกันซื้อค่ะ
 
ซึ่งก็จะมีการแจ้งเตือนมาที่สาขาอยู่แล้ว ก็จะมีการกำจัดจำนวนการซื้อต่อคนต่อวันได้
 
 
คร่าวๆก็อะไรประมาณนี้
 
การไปอยู่ร้านจึงเป็นกิจกรรมพบผู้ป่วยสัญจรที่  ว๊า ฮู้ เป็นที่สุด
 
 
และช่วงนี้ก็มีเทรนด์นึงที่น่าเป็นห่วงค่ะ
 
ก็คืออาหารเสริมค่ะ
 
เมื่อนานมาแล้วอาหารเสริมจะมีราคาค่อนข้างสูง(ตอนนี้ก็ยังแพง)
 
เน้นเกี่ยวกับสุขภาพ และการบำรุงสมอง(ประมาณ วิตามินและแร่ธาตุ)
 
กลุ่มลูกค้าจึงมักจะเป็นวัยทำงานแล้ว หรือ 30+ ยังแจ๋ว
 
และหลังจากที่บ้านเราได้รับค่านิยมอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับความขาว
 
ขาวแล้วสวย ผอมแล้วเริ่ด อะไรแบบนั้น
 
 (ซึ่งก็ยอมรับล่ะนะว่าเทรนด์นี้มันก็น่ามองใช่ย่อย)
 
แล้วก็มีโปรดักซ์เกี่ยวกับความขาว ความผอม ผุดขึ้นยิ่งกว่าดอกเห็ด
 
กลุ่มลูกค้าก็เขยิบ วัยลงมาเป็นวัยเรียน
 
นั่นก็ไม่เท่าไหร่ (อันที่จริงน้องๆก็สวย ใส ตามวัยอยู่แล้ว )
 
 
 
 
จนมาล่าสุดที่แอบต๊กกะใจจนต้องมาเขียนเอนทรีนี้คือ
 
 มีเด็กคนนึงเดินมาที่ร้าน แล้วถามว่า
 
มีอะไรที่กินแล้วขาวมั่งคะ
 
มองหน้าน้องแล้วจึงขอถามอายุเป็นอย่างแรก
 
ปรากฏว่ายังไม่ 15 เลยค่ะ  (-_"-")
 
งานนี้เป็นอันจบข่าว
 
จึงให้ความรู้และแนะนำน้องเค้าไปนิดหน่อย แต่ไม่ขายอะไรให้ทั้งสิ้นค่ะ
 
น้องดูเซ็งๆและ เชื่อว่าคงจะไปถามหาที่ร้านยาอื่นๆอีกจนกว่าจะได้
 
(แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าถ้ามีเภสัชกรประจำอยู่
 
คงไม่มีใครขายอะไรให้น้อง ยกเว้นไปเจอร้านที่ไม่มีเภสัช
 
แอบเป็นห่วงจริงๆค่ะ )
 
 
กับอีกเคสนึง
 
เป็นน้องผู้หญิงคาดคะเนราวๆม.ต้น มาถามหาแคลเซียมแบบเม็ด
 
แล้วน้องก็ถามคำถามที่คาดไม่ถึงค่ะ
 
กินกี่วันแล้วจะสูงค่ะ
 
เดือนนึงจะสูงขึ้นกี่เซนต์คะ...
 
เล่นเอาอึ้งไปเลยค่ะ หลังจากตั้งสมาธิกลับมาได้
 
จึงได้อธิบายให้น้องเข้าใจ
 
และสุดท้ายก็ไม่ได้ขายอะไรไปให้น้องอีกเช่นเคย
 
( ยอดขายอาหารเสริมของร้านตกเพราะอะฮั้นสินะเนี่ย )
 
 
 
ความสวยความงามกับผู้หญิงเนี่ยเข้าใจว่าเป็นของคู่กัน
 
แต่มีแนวโน้มอายุน้อยลงทุกวันๆ จากเคสที่เจอมานี่รู้สึกเป็นห่วงจริงๆค่ะ
 
ก็เข้าใจนะคะว่าการรับทั้งสื่อและการโฆษณาที่เกินจริง
 
กลายเป็นสร้างความเข้าใจ และค่านิยมที่ผิดๆ
 
ขนาดผู้ใหญ่เองก็ยังมีความเชื่อผิดๆเลยล่ะค่ะ
 
แล้วเด็กเนี่ยคงไม่สามารถแยกแยะได้ขนาดนั้น
 
นี่ยังไม่นับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โบ๊ะกระหน่ำจัมโบ้เอ ทั้งหลายอีกนะคะ
 
เฮ้อ......
 
เป็นห่วงอนาคตของชาติจริงๆค่ะ
 
 
 
 
 
กระแสความขาวมาแรงข้ามปี
 
(ค่านิยมผู้หญิงไทยต้องขาว???)
 
เทรนด์เกาหลีก็กำลังดัง...
 
เลยถือโอกาสนี้ขอหยิบยกบทความดีๆให้ความรู้เกี่ยวกับ ผิวหนังกันค่ะ
 
 
 

 
เข้าใจ “โครงสร้างของผิว”





Photobucket



ผิวประกอบไป 3 ชั้นใหญ่ ๆ คือ
 
  • ชั้นนอก (Epidermis) 
  • ชั้นใน(Dermis)
  • ชั้นไขมัน (Subcutaneous fat)
 
 
 
ผิวชั้นนอก (Epidermis)
 
 
 
เป็น ส่วนที่อยู่นอกสุดของผิว ในชั้นนี้ก็ยังแบ่งย่อย ๆ ได้อีก 4 ชั้น
 
โดยชั้นที่อยู่ลึกสุดของผิวชั้นนอกก็คือ Basal Cell Layer
เหนือขึ้นมาก็เป็น Spinous Cell Layer
ถัดขึ้นมาอีกก็เป็น Granular Cell Layer
 
ส่วนชั้นนอกสุดที่เราประโคมปะครีมลงไปทุกทุกวันก็คือ Stratum Corneum หรือผิวชั้นขี้ไคลนั่นเอง
 


Photobucket



- Basal Cell Layer เป็นชั้นที่เซลล์ผิวกำเนิดและแบ่งตัวขึ้นมาใหม่โดยใช้สารอาหารและพลังงานจาก
เส้นเลือดฝอยที่อยู่ในผิวชั้นกลาง ผิวสุขภาพดีที่ไม่โดนทำร้ายจากแสงแดดหรือมลภาวะและปัจจัยลบภายนอก
(อย่างผิวเด็ก) การแบ่งตัวของเซลล์ก็จะสมบูรณ์ดีมีรูปทรงที่ถูกต้องและทำหน้าที่อย่าง สมบูรณ์
เมื่อถูกเลื่อนออกมาเป็นผิวชั้นนอกสุดมันก็เลยดูเรียบเนียน
 
แต่ถ้าผิวถูกทำร้ายจากแสงแดดหรือมลภาวะ
เซลล์ผิวก็จะแบ่งตัวอย่างไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม
รูปทรงของเซลล์อาจจะไม่สมบูรณ์
ทำให้ผิวที่เกิดใหม่และถูกดันออกมาสู่ภายนอกนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่


สิ่ง ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุด (เท่าที่เป็นที่ยอมรับกัน) ก็คือสารกลุ่ม Retinoid
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กรดวิตามินเอ” หรือ Retinoic Acid อย่างเช่น
Tretinoin (Retin-A, Renova) Tazarotene (Tazorac) และ Adapalene (Differin)
ซึ่งเป็นสารที่ขึ้นทะเบียนยา ไม่สามารผสมลงในเครื่องสำอางหรือเวชสำอางได้
 
 ส่วนผสมของ Retinol, Retinaldehyde, Retinyl palmitate ที่ใส่ในเครื่องสำอาง
(ซึ่งมักใส่มาในปริมาณน้อยมาก)
 
จะต้องไปแตกตัวให้กลายเป็น Retinoic Acid อีกทีเมื่อทาลงไปบนผิว
แน่นอนว่าเมื่อแตกตัวแล้วมันก็ยิ่งมีปริมาณน้อยลงไปอีก
ดังนั้นสารพวก Retinoid ใน “เครื่องสำอาง” ก็มีประสิทธิภาพบ้าง (ถ้ามีในปริมาณที่เหมาะสม)
แต่ก็ไม่สามารถเทียบเท่า “ยา” ได้เลยแม้แต่น้อย
 
 
 
 
ส่วน สารอื่น ๆ ในเครื่องสำอางที่สามารถช่วยให้เซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้นจะเรียกว่า
 
“Cell Signaling Substance” หรือ “Cell Communicating Ingredients”
 
ส่วนผสมเหล่านี้ได้แก่
 
Epigallocatechin-3-Gallate, Eicosapentaenoic Acid, Niacinamide, Lecithin, Linolenic Acid, Linolenic Acid, Phospholipids, Carnitine, Carnosine, Adenosine Triphosphate, Adenosine Cyclic Phosphate, Palmitoyl Oligopeptide, Palmitoyl Tripeptide-3 และ Pyrus Malus (Apple) Fruit Extract.


(Sources : Microscopy Research and Technique, January 2003, pages 107–114; Nature Medicine, February 2003, pages 225–229; Journal of Investigative Dermatology, March 2002, pages 402–408; International Journal of Biochemistry and Cell Biology, July 2004, pages 1141–1146; Experimental Cell Research, March 2002, pages 130–137; Skin Pharmacology and Applied Skin Physiology, September-October 2002, pages 316–320; and http://www.signaling-gateway.org)


- Spinous Cell Layer เมื่อเซลล์ผิวที่เกิดใหม่ถูกผลักให้เลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้นนี้ มันก็จะเริ่มมีรูปทรงที่เปลี่ยนไป จะเริ่มฝ่อเล็กลีบลงเพราะมันห่างจากเส้นเลือดที่ให้พลังงานกับมัน


- Granular Cell Layer เมื่อเซลล์ผิวถูกดันจนมาถึงชั้นนี้มันก็จะเริ่มแบนและตายลงเพราะขาดสารอาหาร มาหล่อเลี้ยงและจะเรียกเซลล์ผิวที่ตายแล้วนี้ว่า Keratin (เป็นโปรตีนชนิดเดียวกับที่อยู่ในเล็บและเส้นผม)


- Stratum Corneum หรือผิวชั้นขี้ไคลเป็นส่วนที่อยู่นอกสุดของผิวชั้นนอก (ซึ่งเป็นส่วนที่เราเห็นและทาครีมบำรุงลงไปทุกวัน) พวก Skin-Care ที่ใช้กันทุกวันเนี่ย เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะราคาถูกไม่กี่สิบบาทยันแพงเหยียบหมื่น มันก็ทำหน้าที่หลัก ๆ ในการเคลือบผิวชั้นนอกซะส่วนใหญ่ อาจจะมีคุณสมบัติพิเศษช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไปเผยผิวใหม่ที่ อยู่ถัดมาซึ่งมีสภาพดีกว่า แต่ถ้าคุณเลือกตัวที่มีส่วนผสมดี ๆ ก็สามารถกระตุ้นเซลล์ผิวที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้นสมบูรณ์ขึ้นได้เหมือนกัน
 
 
 
 
สรุปคือ


ผิว ชั้นนอก (Epidermis) ก็เป็นเสมือนหน้าตาของเรา ผิวเราจะดูดีหรือไม่ดี จะใสหรือไม่ใส หมองหรือไม่หมองก็อยู่กันที่ผิวชั้นนอกนี้นี่แหล่ะ

ริ้ว รอยเล็ก ๆ จาง ๆ หรือ Fine Lines จะเกิดอยู่ในชั้นนี้ซึ่งมีปัจจัยหลัก ๆ มาจากความแห้งกร้าน (เซลล์ผิวมันเหี่ยวๆ ) การทามอยซ์เจอไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นทั่วไปสามารถทำให้ริ้วรอยแบบนี้จาง หายไปได้ (พอเซลล์ผิวมันอิ่ม ผิวก็ตึงขึ้นทำให้ริ้วรอยแบบนี้หายไป)

และ จงจำไว้ว่า มอยซ์เจอไรเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Water, Emulsion, Serum, Lotion, Cream มันก็ช่วยบำรุงแค่ผิวชั้นนอกทั้งนั้นแหล่ะ เลิกเชื่อตามที่พวกบริษัทเครื่องสำอางหรือ BA เขาบอก เขาหลอกว่า “Serum จะบำรุงลึกถึงผิวชั้นในและ อย่างอื่นจะบำรุงแค่ผิวชั้นนอก” กันได้แล้ว.

 
 
 
 
ผิวชั้นใน (Dermis)
 


                  ชั้นนี้เป็นชั้นที่หนาที่สุดของผิว ประกอบไปไขมัน คอลาเจน และอีลาสติน ในชั้นนี้ยังประกอบไปด้วย
เส้นเลือดที่คอยเติมพลังงานและออกซิเจนให้กับเซลล์ ผิว ร่างกายเขาเติมออกซิเจนกับผิวเองอยู่แล้ว
ถ้าอยากจะเพิ่มออกซิเจนให้ผิวก็กินอาการดี ๆ บำรุงสุขภาพให้แข็งแรงและสูดอากาศบริสุทธิ์จะดีกว่า
เพราะการทาผลิตภัณฑ์หรือครีมบำรุงที่บอกว่าช่วยปลดปล่อยออกซิเจนให้ผิวเนี่ย ดูจะเป็นผลเสียซะมากกว่า
เพราะออกซิเจนจากภายนอกทำให้เกิดอนุมูลิสระ ซึ่งทำให้ผิวถูกทำร้ายและแก่เร็ว...


อายุวัยที่เพิ่มขึ้น ปริมาณไขมัน คอลาเจน และอีลาสติน ก็จะสูญสลายไปเร็วขึ้นสวนกระกระแสการผลิตทดแทนที่ช้า
และลด การเผชิญกับแสงแดดโดยไม่ป้องกัน ปัจจัยลบภายนอกอย่างมลภาวะ ควันบุหรี่ก็ทำให้กระบวนเสื่อมถอยนี้เร็วขึ้น เมื่อโครงสร้างที่คอยโอบอุ้มผิวลดน้อยลง ผิวก็จะเกิดเป็นริ้วรอยลึก หรือ Wrinkle ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเครื่องสำอางตัวไหนสามารถกำจัดริ้วรอยลึกให้หายไปจากผิว หน้าคุณได้ อย่างดีที่สุดก็คือช่วยทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้นเล็กน้อยถ้าคุณใช้เครื่อง สำอางที่มีส่วนผสมอย่างเช่นวิตามินซีเข้มข้น (5 - 10 % ขึ้นไป) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถกระตุ้นการสร้างคอลาเจนได้จริง

แต่วิธี ที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด และอาจจะถูกที่สุด ก็คือการ “ชะลอ” การเกิดริ้วรอย
ด้วยการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำทุกวัน
ทา Skin-Care ที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้แก่เร็วทั้งหลายอย่างเช่นบุหรี่...
นอกจากนี้ยังต้องบำรุงสุขภาพจากภายในด้วยการรับประทานอาหารถูกหลัก
พักผ่อนเพียงพอรวมถึงมีสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วย
 
 
 
 สรุปคือ


ผิว ชั้นใน (Dermis) จะเป็นจุดที่ริ้วรอยลึกเกิดขึ้น ซึ่งเราต้องเข้าใจว่าเครื่องสำอาง (และเวชสำอาง)
ไม่สามารถ แก้ไขในจุดนี้ได้ ถ้าจะแก้ไขก็ต้องพึ่งการทำทรีตเมนท์จากแพทย์ผิวหนังหรือการศัลยกรรมความงาม เท่านั้น

ถ้าเข้าใจในจุดนี้แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพง ๆ เพื่อซื้อครีมเทพที่อวดอ้างว่ามหัศจรรย์ทั้งหลายแหล่
มาใช้ให้เปลืองเงิน เปล่า ๆ เพราะไม่ว่ามันจะโคตรรอภิมหาแพงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น
โดยการขจัดริ้วรอยลึกให้ออกไปจากหนังหน้าของคุณได้
สู้เอาเงินไปทำ Botox หรือ Derma Filler ยังจะเห็นผลเร็วกว่า (ดีไม่ดีจะถูกเงินกว่าอีกต่างหาก)
 
 

 
ผิวชั้นไขมัน (Subcutaneous fat)
 


ตรง นี้เป็นส่วนของไขมันที่สะสมใต้ผิว เป็นตัวกำหนดรูปร่างของเราว่าผอมสวยหรืออวบอ้วน
เป็นตัวรับแรงกระแทกและก็เป็นฉนวนเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย ส่วนนี้ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับ Skin-Care เท่าไหร่
เพราะไม่มีทาง ที่จะไปทำอะไรมันได้อยู่แล้ว
(เป็นการบอกกลาย ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าลดเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มทั้งหลายนั้น.... มันช่วยอะไรไม่ได้หรอก)
 
 
 
 
 SKIN LIFE CYCLE
 


วงจรของผิวตั้งแต่การเกิดใหม่ที่ชั้น Basal Cell Layer และถูกดันออกมาเรื่อยผ่านชั้น Spinous Cell Layer
กับ Granular Cell Layerจนมาถึงชั้นนอกสุดก็คือ Stratum Corneum นั้นใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 28 วัน
ในผิวสุขภาพดี (แต่ถ้าผิวที่อ่อนแอ ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ที่มีอายุมาก ก็จะใช้เวลานานกว่านั้น)

ดังนั้น เครื่องสำอาง Skin-Care ที่กล่าวอ้างว่า “เห็นผลในทันที” “ริ้วรอยเลือนหายใน 7 วัน” “ผิวขาวขึ้นใน 2 สัปดาห์”
 
มันเป็นไปไม่ได้หรอก...

Skin-Care พวกนี้จะใส่สารพวกซิลิโคนที่ไปเติมเต็มร่องริ้วรอยในทันทีที่ใช้ (ซึ่งเป็นผลชั่วคราวเมื่อล้างก็หลุดออก)
และอาจจะใส่พวก Polymer ที่เมื่อแห้งแล้วจะเป็นฟิลม์หดตัวช่วยทำให้ผิวรู้สึกว่าถูกยกและกระชับขึ้น
(ซึ่งก็เป็นผลชั่วคราวอีกเหมือนกัน) และก็อาจจะใส่ Pigment ที่ช่วยสะท้อนแสง ทำให้ผิวดูขาวขึ้น ริ้วรอยดูจางลง
ผิวดูกระจ่างขึ้น (ซึ่งก็เป็นผลทางคอสเมติคชั่วคราวอีกแล้ว)

อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่าน คงจะเริ่มเข้าใจว่า Skin-Care ที่เราทาลงไปบนผิวเนี่ย มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วได้ (อย่างชั้นขี้ไคล) ที่เราทำได้ดีที่สุดคือการปกป้องผิวจากปัจจัยลบภายนอกด้วยครีมกันแดดและสาร แอนติออกซิแดนท์ และทา Skin-Care ที่มีส่วนผสมของ Cell Signaling Substance เพื่อให้ผิวที่เกิดใหม่นั้นเป็นปกติและทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนเรื่องริ้วรอยลึกหรือผิวหย่อยคล้อยขาดความกระชับ
ต้องพึ่งแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ศัลยกรรมความงามเท่านั้น...
 
 
 
 CREDIT: บทความดีๆโดยคุณปูเป้เรื่อง  Skincare Basic #2 : Understanding Skin Anatomy
 
 
 
 
 
 อ่านจบแล้วเป็นยังไงกันบ้างคะ
 
สาวๆหนุ่มๆทั้งหลายลองหันกลับไปมองที่โต๊ะเครื่องแป้ง
 
หรือบรรดาของที่วางเรียงรายหน้ากระจกห้องน้ำดูบ้าง
 
 
 
หวังว่าบทความที่หยิบยกมาเล่าสู่นี้
 
จะเป็นประโยชน์ในการ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
 
และเสริมสร้างวิจารณญานในการแยกแยะความจริง และความเป็นไปได้มากขึ้นค่ะ
 
 
 nana
 
 
 
 
 
 
 

ปอลอ.

 

  • ที่จริงอาชีพสาวโรงงานของอะฮั้น ก็คือสาวโรงงานเวชสำอางนั่นเองค่ะเป็น R&D Formulator ทำหน้าที่คิดค้นและพัฒนาสูตร skin care ทั้งหลายแหล่นั่นเอง(เอนทรีนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ใช้ความรู้ตรงสาย ฮ่า)
  • สวัสดีวันที่ 8 แล้วจ้า
  • อยากให้เอนทรีหน้ามีเรื่องสวยๆงามๆต่อภาค 2 ร่วมด้วยช่วยกดดาวน้อย แนะนำ entry เป็น hotpost (ผ่อนนาน)นะจ๊ะ
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ้วววว์


สาระมากมาย ,


อยากขาวเหมือนกันนะเนี่ย
(ตอนนี้ออกไปทางเหลือง ๆ 555)
#1  by  caffeineaddict At 2009-06-09 11:00, 
เป็นความรู้ที่ดีมากมากครับ

แต่ ถ้าคำตอบแบบโหดๆ

อยากขาวใช่มะ น้ำร้อนลวก ซะ

ไม่ก้ เอามีดผ่าตัด กรีดแล้วถลกหนังออก ซะ

ว๊าก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

โฮรกก


ปล.บทความนี้ดีมากครับ
#2  by  S L I P K N I K At 2009-06-09 11:01, 
เยอะมากครับ แต่ได้ความรู้ดีนะ Hot!
#3  by  mahaoath At 2009-06-09 11:02, 
โอ้โห ประทับใจมากค่ะ ปรบมือให้><
ให้ความรู้เรื่องผิวละเอียดมากๆเลย
จริงๆก่อนถึงเรื่องผิวก็อ่านเพลินนะคะ
(เดาเรื่องยาเลื่อนประจำเดือนถูกด้วยค่ะ)
เอาดาวไปเลยค่าHot! Hot! Hot!
รดน้ำๆ
#4  by  mikan At 2009-06-09 11:07, 
Hot! ให้ดาวครับ เจ๋งมาก
#5  by  เชน หยินและหยาง At 2009-06-09 11:14, 
Hot! Hot!

เดี๋ยวนี้เด็กๆ มีค่านิยมแปลกๆ นะคะ sad smile sad smile
#6  by  !2know ++ At 2009-06-09 11:15, 
แจ่มเลยครับบบcry
ผมก็ว่านอนพักผ่อนอย่างเพียงพอนี่
เป็นทางเลือกที่แหล่มที่สุดแล้วนะ
(ซึ่งผมก็ไม่ค่อยได้ทำ)
Hot! Hot!
#7  by  XEGXEF At 2009-06-09 11:16, 
โอ้วววววววววว พออ่านจนจบ
ถึงรู้ว่าเจ๊ก็เป็นแฟนบล็อกคุณปูเป้เหมือนกันเรย

ปล.ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว แบบว่า june write มันดูดขึ้นมาน่ะ open-mounthed smile open-mounthed smile
Hot!
#8  by  นางมาร eVeZaa At 2009-06-09 11:22, 
มีสาระมากครับยาวด้วยsad smile
#9  by  iQ180 At 2009-06-09 11:33, 
สาระๆ
วา่นเรื่องขาวไม่ขาว ไม่เคยอยากขาวเลยครับ

ปล.บล๊อคผมก็จับฉ่ายเหมือนกัน
Hot!
#10  by  Ratcicle At 2009-06-09 11:36, 
มอบดาวให้เลยHot! Hot! Hot! Hot!
#11  by  wesong At 2009-06-09 11:40, 
พวกครีมลดรอยแผลเป็นจากสิวใช้อะไรดีครับ

ตอนนี้ใช้ Neutrogena Rapid clear 2 in 1 Fight & Fade Gel กับ Advanced solutions Acne Mark Fading Peel อยู่

ถามยากไปไหมเนี่ยsad smile Hot!
#12  by  sengkaraoke At 2009-06-09 11:49, 
เข้าใจแจ่มแจ้งเลยครับ ขอบคุณความรู้มากๆ
Hot! Hot! Hot!
#13  by  ۞тнαιgrαff۞™ At 2009-06-09 11:57, 
ดีและมีประโยชน์มากมากค่ะHot!
#14  by  V@R At 2009-06-09 12:14, 
เปงความรู้ที่ดีค่ะ big smile
#15  by  ~Nanshu SinKID~ At 2009-06-09 12:36, 
ง่า หนูลืมให้ดาว sad smile Hot! Hot! Hot! Hot! นี่ล่ะสุดยอดดด
#16  by  ~Nanshu SinKID~ At 2009-06-09 12:37, 
โอโห.............สาระทั้งนั้นเลยHot! Hot!
#17  by  solapolo At 2009-06-09 13:17, 
มีวิธีลด เมลาโนไซด์ open-mounthed smile open-mounthed smile
#18  by  กรรมกรไซเบอร์ At 2009-06-09 13:17, 
พี่นานาสุดยอด Hot!
เห็นแผงขายกลูต้าไธโอนแถวๆ หอเหมือนกันค่ะ
บอกว่ามี อย รับรองด้วยนะ sad smile
#19  by  Bluemoon At 2009-06-09 13:44, 
สาระอัดแน่น

*เฮียไม่ชอบคนผิวขาว อ๊าวว งี๊ก็ไม่ต้องแย่งกะหนุ่มไทย ดี!
*ห่างหาย แต่รักเหมียนเดิม
#20  by  Tabun man At 2009-06-09 14:02, 
Hot! Hot!

น่าบอกน้องเขาครับ กินยาฆ่าแมลงแล้วเกิดใหม่ครับ ตอนกำลังจะตายก็ตั้งจิตให้มั่นๆหน่อย ว่าชาติหน้าขาวๆ อาจเกิดมาขาวได้ในชาติหน้า >_<
#21  by  Elta_kung At 2009-06-09 14:17, 
มิน่าแต่ละคนเขียนกันทุกวัน ตามอ่านไม่ทันเลย
ตอนนี้เลยเอาบ้าง...เริ่มมั่ว
.....
แล้วก็...สาวๆจะขาวไปไหนกันจ้า....
ผิวเข้มก็ดูดีนะขอรับsad smile
#22  by  alienboon At 2009-06-09 14:28, 
แหม อยากให้พวกเด็กๆที่เอาแต่เสพสื่อ มาหาความรู้แบบนี้มั่งจังเลย

จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินให้ของหลอกลวงหลายๆอย่าง

แบบนี้แหละน้า เขาถึงบอกว่าเด็กไทยเราอ่านน้อยลงๆ
#23  by  BassYoncE At 2009-06-09 14:29, 
ได้ความรู้ดีค่ะ
เห็นเดี๋ยวนี้ นิยมเทรนด์ว่าต้องผิวขาวกันเยอะมาก
จนบางทีก็ใช้วิธีที่เป็นอันตรายต่อตัวเอง
#24  by  ~memay~ At 2009-06-09 14:47, 
วิชาการมาเลยวัยรุ่นconfused smile
#25  by  nonworld At 2009-06-09 14:48, 
จงภูมิใจเถิดที่เกิดมาดำ
#26  by  Duoartists in phuket At 2009-06-09 14:53, 
ได้รับความรู้เยอะแยะเลยค่ะ ^^"Hot!
ถ้าดูแลผิดก็เป็นอันตรายเนอะ
#27  by  EinniF✖โหมดล่องลอย At 2009-06-09 15:06, 
โต๊ะแป้งคืออะไรเหรอครับ ไม่รู้จัก
สงสัยต้องไปทำความรู้จักกับเขามั่งแล้ว
มิน่ามันถึงได้ดำขนาดนี้
ก๊ากกกก
#28  by  แมงกลิ้งขี้ At 2009-06-09 15:11, 
ตายๆ sad smile
ไม่เข้าหัวเลย
#29  by  เต่านา At 2009-06-09 15:30, 
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เอา Hot! ไปเลยค่า
อ่านแล้วได้ความรู้อย่างแรง
สาวๆทั้งหลายสมควรอ่านอย่างยิ่งจริงๆ cry
นี่สินะความจริง

ให้ Hot! ในจรรยาบรรณเจ้าของ Blog ค่ะ
#31  by  Aklare At 2009-06-09 16:42, 
Hot! เภสัชเรียนผิวมากกว่าหมอจริงๆนะครับเนี่ยconfused smile
#32  by   At 2009-06-09 16:47, 
สรุปว่าที่ทาครีมกันโครมๆนั่นคือชั้นขี้ไคล.. .orz


แด่เอนทรี่อุดมปัญญาHot! cry
#33  by  toma At 2009-06-09 16:53, 
ปล่อยแก่ไปตามวัย..แต่แก่แบบมั่นใจและสุขภาพดี๊..sad smile
#34  by  \\(..U 3U..)//จุ๊บุ At 2009-06-09 17:24, 
แหม่ เด็กเดี๋ยวนี้ก็นะ!!
#35  by  Sharpen_Thought At 2009-06-09 18:03, 
ช่วยมาเทรน ที่ร้านหน่อยได้มั้ยอ่ะ

ช่วงนี้ เวชสำอาง ออกเยอะเหลือหลาย ขายจนงงหมดล่ะsad smile
#36  by  ลุงเด้ง At 2009-06-09 18:34, 
Hot! แจกดาว จ้า
#37  by  !!!~.C.D.~!!! At 2009-06-09 18:45, 
Hot! Hot! อรู๊วสสส เริ่ด กำลังรออยู่เลยค่ะว่าเมื่อไรเทรนดืผิวแทนจะอิน สาวอย่างอิชั้นจะได้เกิดมั่ง วะฮ่า
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
#38  by  gallantfoal At 2009-06-09 18:53, 
มีสาระ Hot!
#39  by  b-padung Studio At 2009-06-09 18:53, 
อัพแต่เอ็นทรี่มีประโยชน์แฮะ ช่วงนี้Hot!
#40  by  phil_wc - บ้าบอคลับ- At 2009-06-09 19:14, 
Hot! Hot!
โอ้วววว
เราอยากขาวแบบดูสุขภาพดีจัง
ฮา

แต่ว่านะ บางทีผิวแทนก็ดีอยู่แล้วล่ะ
ฮืมมม
ขาวเหลืองๆ อย่างเรานี่้เพราะจีนด้วยเหรอ?
#41  by  namnampai At 2009-06-09 20:07, 
อยากขาวๆๆๆๆconfused smile
#42  by  ewa At 2009-06-09 20:08, 
โอ้ว...

บทเบิกเนตรสินะคะorzlll

ขอมอบดราก้อนบอลให้เลยค่ะ=[]=Hot!
#43  by  l2eZ :จิ้งจอกกะเทย... At 2009-06-09 20:14, 
แล้วงี้...กินวิตามิน...มันไม่ช่วงให้ขาวเหรอคะ...

คือ...เหนเพื่อนกิน...แล้วหน้าดูบริ้ง ๆ อะค่ะ...เพื่อนกินวิตามินซี...คือเค้าเปนคนขาวอยู่แล้ว..

แต่มันขาวแบบดูบริ้ง ๆ...วิตามินซีนี่ช่วยได้บ้างมั๊ยอ่ะคะ...คือก้อว่าจะขามากินเหมือนกันน่ะคะ...
ส่วนตัวนี่ก้ออายุเลยเลขสองมากแล้วอ่ะค่ะ...

ก้อคิดว่าจะเริ่มหาวิตามินมาบำรุงร่างกาย...

ช่วงนี้เหนื่อย ๆ เมื่อย ๆ ล้า ๆ..แถมโดนแดดบ่อยผิวคล้ำอีก...โทรมก้อว่าอะนะ...แอบเครียด...๕๕

อยากรู้อ่ะค่ะ...ไม่รู้จาเลือกวิตามินไรกินดี..เรื่องผิวพรรณเนี่ย...


แล้วเหนเพื่อนพูดถึงยาที่กินแล้ว...ขาวขึ้นน่ะค่ะ...

ที่มันไปเปลี่ยนตรงเม็ดสีเรามั้งคะ...ไม่แน่ใจ..

มันมีผลข้างเคียงไรมากมั๊ยคะ...กำลังจาหามากินน่ะค่ะ..เหนบอกต้องกินซักเดือนสองเดือนจาเริ่มขาวอ่ะค่ะ...(ดูช้าไปมั๊ย)...๕๕...ปามานนั้นแหละ..

คือ ส่วนตัวก้อเปนคนขาวนะ..แต่มีปานอะดิ...ปานไรซักอย่างที่มันค่อย ๆ เข้มขึ้นอะ...

ไม่รู้กินแล้ว...มันจาช่วยมั๊ย...

อยากรู้มากเลยอ่ะค่ะ...

ฮ่า...ยังกะกระทู้เรื่องสวยงามไรงี้เลย...

ก้อปามานนั้น..แบบว่า..ถ้าไง..ช่วยตอบกลับมาด้วยนะคะ...(แอบเขิลนะเนี่ย ฮ่า)
#44  by  ... My name is Nam Hye Mi .... At 2009-06-09 20:21, 
Hot! Hot!
ฟามรู้
#45  by  Z o r a ` At 2009-06-09 20:54, 
ผิวเค้าแห้งและดูเหี่ยวๆมากเลย ทานอะไรพอจะช่วยมั่งคะ embarrassed อิอิ

sad smile
#46  by  Paa orKant At 2009-06-09 21:01, 
เชื่อโฆษณามากเกินแล้วไม่ดีเลยเนาะคะ Hot!

แต่เรื่องผิวนี่ความรู้มากมายค่ะ cry
#47  by  K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย At 2009-06-09 21:10, 
ขอบคุณครับopen-mounthed smile

...ได้ไอเดียเขียนเรื่องต่อเลยครับ open-mounthed smile Hot!
#48  by  clock At 2009-06-09 21:59, 
โห สุดยอดความรู้Hot!
#49  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2009-06-09 22:08, 
เอาข้อมูลไปทำรายงานได้เลยทีเดียวเชียว


Hot! Hot! angry smile
#50  by  Nan-yaaa At 2009-06-09 22:18, 

<< Home


Free chat widget @ ShoutMix
poupeegirl fashion brand community