2009/Jun/10

 
 
 
  สวัสดีมิตรรักแฟนหมีโหดทุกท่านค่ะ 
 
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับดาวน้อย ในเอนทรีก่อน

 ที่ได้มีโอกาสเอาบทความดีๆมาแบ่งปันกัน 
 
และมีเสียงตอบรับจากสาวๆพอสมควรเลยทีเดียว 
 
เอนทรีนี้เลยจัดต่อ 
 
ด้วยการตอบคำถามที่หลายๆท่านถามทิ้งไว้ในคอมเม้นซะเลย

 
 
 
 
 
 
FAQ 
 
พวกครีมลดรอยแผลเป็นจากสิวใช้อะไรดีครับ

ตอนนี้ใช้ Neutrogena Rapid clear 2 in 1 Fight & Fade Gel กับ Advanced solutions Acne Mark Fading Peel อยู่

ถามยากไปไหมเนี่ย 
#12  by  sengkaraoke
 
 
            ก่อนอื่นขอออกตัวไว้ก่อน ว่าไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องแบรนด์ต่างๆเท่าใดนัก เอาเป็นว่าขอแนะนำ
active ที่ออกฤทธิ์ และเคลมว่าสามารถช่วยลดรอยแผลเป็นได้ก็แล้วกันนะคะ เรื่องแบรนด์ใดนั้นให้ลองพลิกดู
active Ingredient และงบประมาณ เพื่อใช้วิจารณญานดูนะคร๊า
 

 

-    วิตามิน ได้แก่ วิตามินเอหรือ retinoic acid นิยมใช้สำหรับแผลเป็นชนิดที่เป็นหลุมโดยไปกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ และทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าหนาตัวขึ้น จะให้ผลดีกับแผลเป็นชนิดตื้นๆ และค่อนข้างใหม่ มีการศึกษาพบว่าการใช้ 0.05% retinoic acid สามารถทำให้ขนาดของแผลเป็นลดลง 20% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ครีมเบส ส่วนการใช้วิตามินอีพบว่าไม่มีผลต่อลักษณะของแผลเป็น แต่เมื่อใช้ร่วมกับการรักษาด้วยแผ่นซิลิโคน จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

 

-    สารที่มีฤทธิ์ลอกผิว (chemical peeling)

สารประเภทนี้ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณครั้งกาลก่อน จนถึงปัจจุบัน สารที่ใช้ในการลอกผิวมีหลายชนิดและมีการพัฒนาตามลำดับ เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ตัวอย่างของสารเคมีที่นิยมใช้ ได้แก่ sulfur, resorcinol, alpha hydroxy acid 30-70%, betahydroxy acid 10-30%, trichloracetic acid 20-90% และ phenol peel เป็นต้น สารแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยแตกต่างกัน สารที่มีความเข้มข้นต่ำทำให้มีการลอกผิวในชั้นตื้นๆ ส่วนสารที่มีความเข้มข้นสูงหรือ phenol ทำให้มีการลอกผิวในชั้นลึก ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีกว่า แต่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงมากขึ้น สารประเภทนี้นิยมใช้กับแผลเป็นชนิดเป็นหลุมตื้นๆ โดยการทาบนขอบแผลเป็น จะทำให้ขอบแผลที่เป็นรูปแนวดิ่งราบลง จึงดูเหมือนก้นแผลตื้นขึ้น เนื่องจากสารดังกล่าวมีผลข้างเคียง โดยอาจทำให้เกิดอาการแสบคัน หรือทำให้ผิวกลายเป็นสีดำไหม้ ถ้ามีปฏิกิริยารุนแรงอาจกลายเป็นแผลเป็นชนิดนูนขึ้นได้ จึงควรใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

 

-    Mucopolysaccharide polysulfate (MSP)

ปกติใช้ในการรักษาการอักเสบของหลอดเลือด เช่น thrombophlebitis จัดเป็น heparinoid เนื่องจากออกฤทธิ์คล้าย heparin ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด และเป็นสารที่ช่วยอุ้มน้ำในชั้นผิวหนัง โดยเพิ่มปริมาณของ hyaluronic acid และยังมีผลต่อรูปร่างของแผลเป็น โดย MPS จะจับกับน้ำและป้องกันการรวมตัวกันของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) ช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้ เพิ่มความยืดหยุ่นของแผลเป็น และทำให้รูปร่างของแผลเป็นดูดีขึ้น จึงใช้รักษาแผลเป็นได้  นอกจากนี้ ยังสามารถลดและยับยั้งอาการห้อเลือด ฟกช้ำ และอาการบวมได้อย่างรวดเร็ว

 

 

-    สมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงมีการค้นหาสมุนไพรสำหรับรักษาแผลเป็น สมุนไพรที่มีนำมาใช้ในการรักษาแผลเป็น ได้แก่

  • บัวบก (Centella asiatica (Linn.) Urban)
                       โดยสารสำคัญที่ออกฤทธิ์รักษาแผลเป็นในบัวบก คือ asiaticoside, asiatic aicd และ madecassic acids
สารสำคัญเหล่านี้จะช่วยกันออกฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและ glycoaminoglycan
ซึ่งมีผลต่อการสร้างเนื้อเยื่อ  นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งกระบวนการการเกิดแผลเป็นชนิดนูนด้วย
  • หอมหัวใหญ่ (Allium ascalonicum Linn.)
ส่วนสารสำคัญที่ออกฤทธิ์รักษาแผลเป็นในหอมหัวใหญ่คือ quercetin ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ยับยั้ง proliferation ของไฟโบรบลาสและยับยั้งการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย


 
 
 
 
 
มีวิธีลด เมลาโนไซด์  
 
 
              ไหนๆคุณชูก็ชงเรื่องนี้มาให้ แล้ว อะฮั้นก็ขอจัดต่อเลยก็แล้วกันค่ะ

เนื่องจากเทรนด์ผิวขาวกำลังมา (เเม้พื้นฐานผิวคนไทยจะไม่ได้ขาวก็ตาม (-_"-")>)

สาวๆที่มีสีผิวเข้มจึงพยายามค้นหาวิธีการหรือสารต่างๆ เพื่อทำให้สีผิวจางลงและขาวขึ้น  

แต่อีกมุมนึง ก็ยังมีคนกลุ่มนึงที่จำเป็นจะต้องใช้ เช่นผู้ป่วยโรคผิวหนังบางโรค

ทำให้ผิวหนังมีการสร้างเม็ดสีผิดปกติซึ่งจำเป็น ต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้

 

 

 

 

ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขาว (skin whitening products)

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารขจัดสีผิวหรือสารที่ทำให้ผิวขาวขึ้นโดยอาศัย การยับยั้งกระบวนการการสร้างเมลานินของผิวหนังโดยไม่ทำให้เซลล์สร้างสีผิว ตายเป็นหลักการที่นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันพบว่าสารที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase เป็นสารที่นิยมมากที่สุด มีการค้นหาสารที่มีฤทธิ์ดังกล่าวมากขึ้น สารยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่

-    Azelaic acid เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติ สามารถยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ในเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติ โดยไม่มีผลต่อเซลล์เม็ดสีที่ปกติ

-    Arbutin เดิมต้องสกัดจากพืช แต่ปัจจุบันสามารถสังเคราะห์ได้ จึงทำให้ราคาต่ำลง Arbutin มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase มากกว่าการยับยั้งการสร้างเอนไซม์

-    Kojic acid เป็นสารที่ผลิตจากเชื้อรา เช่น Aspergillus และ Penicillium มีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase คือ ไปจับกับ copper ซึ่งเป็น coenzyme ในกระบวนการสร้างสีผิว

-    อนุพันธ์ของวิตามินซี อนุพันธ์เหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็น g-ascobic acid ที่เป็นตัวออกฤทธิ์ โดยเอนไซม์ phosphatase ซึ่งอยู่ในผิวหนัง ยับยั้งการสร้างเมลานินโดยรบกวนการจับกับ copper ions ของเอนไซม์ tyrosinase บริเวณ active site และรีดิวซ์ dopaquinone ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการสร้างเม็ดสี

-    Tranexamic acid มีรายงานการใช้ tranexamic acid ซึ่งมีผลลดการเกิด hyperpigmentation ในผู้ป่วยที่เป็นฝ้า  (melasma) โดยเชื่อว่า tranexamic acid มีกลไกยับยั้งกระบวนการสร้างเมลานินผ่าน melanocyte-keratinocyte ที่มี plasmin เป็นตัวกระตุ้น โดยไปรบกวนการทำงานของ plasminogen activator พบว่าสารตัวนี้จะให้ผลดีกับกรณีสีผิวเข้มขึ้นเนื่องจากแสงแดด

 
 
 
 
เห็นแผงขายกลูต้าไธโอนแถวๆ หอเหมือนกันค่ะ
บอกว่ามี อย รับรองด้วยนะ 
#19  by  Bluemoon
 
 
ฮิตกันมานานสำหรับกลูต้าไทโอน เลยขอมาขยายความซักที

Glutathione
 
               เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ( Antioxidant) ที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เอง
เกิดจากการจับตัวกันในรูปแบบ Tri-peptides ของกรดอะมิโน3 ชนิด ได้แก่ Cysteine Glycine และ Glutamic
โดยมีคุณสมบัติ เป็น Co-factor ของเอนไซม์ glutathione peroxides เข้าจับทำลาย peroxides
ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่สำคัญของร่างกาย ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการชะลออายุของเซลล์ต่างๆของร่างกาย
 
บทบาทของ กลูตาไทโอน (Glutathione) กับการลดความเข้มของสีผิว 

         คุณสมบัติที่ถูกใช้ในวงการความงาม คลีนิคแพทย์ผิวหนังความงามหลายแห่งทั่วโลก ปัจจุบันแพทย์ผิวหนังทราบกลไกการออกฤทธิ์ของกลูตาไทโอน (Glutathione) ในการลดความเข้มของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง กลไกที่ทราบในปัจจุบันคือและเชื่อกันอยู่ คือการเปลียน Pathway ของกระบวนการ melanogenesis ซึ่งคนเชื้อชาติผิวสีกระบวนการนี้จะสร้างเม็ดสีชนิดเข้ม (Eu-melanin) มากว่าชนิดสีอ่อน (Pheo-melanin) ให้เซลล์เมลาโนไซด์ หันมาสร้างชนิดสีอ่อน(Pheo-melanin)มากขึ้น โดยการ Inhibit maturation of Tyrosineและ Block ตรง Dopaquinone ไม่ให้เปลี่ยนเป็น Cysteinyldopa ในขั้นตอนการสร้างเม็ดสีเข้ม (Eu-melanin) ในเซลล์สร้างเม็ดสีเมลาโนไซด์ โดยปัจจุบันขนาดยาที่ชักนำให้เกิดกระบวนการ นี้ยังไม่ทราบแน่ชัดในเรื่องขนาดที่ใช้ (ยังไม่ได้เป็น Standard treatment ) แต่ปัจจุบันปริมาณที่ใช้และเห็นผลคือประมาณ 600-1,200 mg ปัจจุบันFDA องค์การอาหารและยาของอเมริกา ให้การรับรองในฐานะอาหารเสริม ไม่ใช่ในฐานะยารักษาโรค ส่วนผลข้างเคียงในระยะยาวปัจจุบันยังไม่พบรายงาน

จากคุณสมบัติของการเป็น Whitening ของสาร Gluthathione นี้เอง ทำให้ได้มีการทำการสังเคราะห์สารตัวนี้
ขึ้นมาทางกรรมวิธีทางเคมี เรียกว่าสาร L-Glutathione ซึ่งก็คือ Glutathione ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
หรือไม่ได้จากการสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติ โดยอาจจะอยู่ในรูปของอาหารเสริม ยาฉีด หรือตัวยาที่นำผสมกับไวเทนนิ่งตัวอื่นๆ เป็นคอกเทล แล้วนำมาฉีดด้วย เทคนิค Mesotherapy
 
 ภาวะการขาด กลูตาไทโอน (Glutathione) : 

    โดย ปกติแล้วร่างกายเราจะไม่ขาดกลูตาไทโอน นอกเสียจากจะเป็นโรคบางชนิดที่ทำให้เกิดความต้องการสารตัวนี้มากขึ้น หรือโรคที่ต้านการสร้าง Glutathione5 โรค หรืออาการบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการขาดสารนี้ หรือต้องการสารนี้ในปริมาณเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคตับ เบาหวาน โรคความดัน ต้อหิน มะเร็ง เอดส์ ฯลฯ ในผู้ที่สูบบุหรี่จัดจะพบว่ามีระดับกลูตาไทโอน ในเลือดต่ำ เนื่องจากอัตราในการใช้กลูตาไทโอนเพิ่มขึ้น
 
 
 

 
 
แล้วงี้...กินวิตามิน...มันไม่ช่วงให้ขาวเหรอคะ...

คือ...เหนเพื่อนกิน...แล้วหน้าดูบริ้ง ๆ อะค่ะ...เพื่อนกินวิตามินซี...คือเค้าเปนคนขาวอยู่แล้ว..

แต่มันขาวแบบดูบริ้ง ๆ...วิตามินซีนี่ช่วยได้บ้างมั๊ยอ่ะคะ...คือก้อว่าจะขามากินเหมือนกันน่ะคะ...
ส่วนตัวนี่ก้ออายุเลยเลขสองมากแล้วอ่ะค่ะ...

ก้อคิดว่าจะเริ่มหาวิตามินมาบำรุงร่างกาย...

ช่วงนี้เหนื่อย ๆ เมื่อย ๆ ล้า ๆ..แถมโดนแดดบ่อยผิวคล้ำอีก...โทรมก้อว่าอะนะ...แอบเครียด...๕๕

อยากรู้อ่ะค่ะ...ไม่รู้จาเลือกวิตามินไรกินดี..เรื่องผิวพรรณเนี่ย...


แล้วเหนเพื่อนพูดถึงยาที่กินแล้ว...ขาวขึ้นน่ะค่ะ...

ที่มันไปเปลี่ยนตรงเม็ดสีเรามั้งคะ...ไม่แน่ใจ..

มันมีผลข้างเคียงไรมากมั๊ยคะ...กำลังจาหามากินน่ะค่ะ..เหนบอกต้องกินซัก เดือนสองเดือนจาเริ่มขาวอ่ะค่ะ...(ดูช้าไปมั๊ย)...๕๕...ปามานนั้นแหละ..

คือ ส่วนตัวก้อเปนคนขาวนะ..แต่มีปานอะดิ...ปานไรซักอย่างที่มันค่อย ๆ เข้มขึ้นอะ...

ไม่รู้กินแล้ว...มันจาช่วยมั๊ย...

อยากรู้มากเลยอ่ะค่ะ...

ฮ่า...ยังกะกระทู้เรื่องสวยงามไรงี้เลย...

ก้อปามานนั้น..แบบว่า..ถ้าไง..ช่วยตอบกลับมาด้วยนะคะ...(แอบเขิลนะเนี่ย ฮ่า)
 
                   
                          เรื่องปาน การกินอาหารเสริมอาจจะช่วยไม่ได้นะจ๊ะเพราะเป็นการเกิดเม็ดสีเข้มในผิวหนัง ชั้นใน เผลอๆการกินอาหารเสริมที่ทำให้ผิวขาวขึ้นจะยิ่งทำให้ปานแลดูเข้มขึ้นไปซะอีก (เพราะผิวขาวขึ้น) อยากจะบอกว่าการกินอาหารเสริมเกี่ยวกับผิวต่างๆนานาที่ช่วยให้ขาวน่ะ ก็มีที่ช่วยได้จริงบ้างค่ะ แต่มักจะให้ผล maintain ระหว่างที่กินเป็นการชั่วคราวค่ะเพราะเป็นการเสริมเข้าไปไม่ได้เกิดความขาว ขึ้นจากตัวเราเอง ฉะนั้นถ้าเลิกกินก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติจ้ะ ลองดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เรื่องผิวขาวจากคำตอบด้านบนข้ออื่นๆได้เลยนะ จ๊ะ   
 
                            ส่วนการจะกินดีหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการชั่งใจของเราแล้วล่ะค่ะ (เพราะราคาก็ไม่น้อยเลยนะนั่น)  แต่โดยส่วนตัวขอแนะนำว่า อาหารเสริมนั้นสู้ดูแลรักษาตัวเองไม่ได้ค่ะ ใช้กันแดดและ skincare อย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงแดดจัด ทานอาหารให้ครบ ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพสมบูรณ์ และจิตใจที่สดชื่นแจ่มใส ย่อมเป็นบ่อเกิดของผิวสุขภาพดีค่ะ
 
 
 
 
ผิวเค้าแห้งและดูเหี่ยวๆมากเลย ทานอะไรพอจะช่วยมั่งคะ  อิอิ
#46  by  Paa orKant
 
 
               หลักง่ายๆเลยทานน้ำมากๆทานอาหารที่มีประโยชน์แล้วพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ
 
อาหารที่ดีกับผิวพรรณ

น้ำมันมะกอก เพราะมีวิตามินเอและอีสูง ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ ทำให้ผิวคงความชุ่มชื่นนุ่มเนียนอยู่เสมอ

เนื้อปลา อุดมไปด้วยสารอาหารประเภทโปรตีน ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนั้นยังมีเซเลเนียม ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายอีกด้วย

เมล็ดข้าวและธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ งา เป็นอาหารที่มีวิตามินบีและวิตามินอี ซึ่งช่วยสร้างและรักษาความแข็งแรงของเซลล์ รวมไปถึงเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว และช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดความเสียหาย

ผักสดและผลไม้ โดยเฉพาะผักสดและผลไม้ที่มีวิตามินซีมากๆ เช่น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ สับปะรด ฝรั่ง เพราะวิตามินซีมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงนุ่มเนียนอยู่เสมอ

น้ำเปล่า หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ผิวแห้งกร้าน หยาบกระด้าง จึงควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วโตๆ จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะน้ำจะช่วยรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และยังช่วยป้องกันผิวพรรณหย่อนยานจากการลดน้ำหนักอีกด้วย

อาหารที่ทำลายผิวพรรณ

อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น ไส้กรอก ไอศครีม เบคอน เพราะกระบวนการเผาผลาญอาหารเหล่านี้ ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์เกิดการเสื่อมโทรมและเหี่ยวย่น

อาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป จะไปขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนของเซลล์ ทำให้ผิวหย่อนยาน

คาเฟอีนและแอลกอฮอลล์ เป็นตัวดูดซับความชื้นจากผิว ทำให้ผิวแห้งกร้าน ถ้าหากเลิกดื่มกาแฟไม่ได้ หลังดื่มกาแฟควรดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วโต หรือทุกครั้งที่ดื่มแอลกอฮอลล์ ควรดื่มน้ำเปล่า 2 แก้วโตตามไปด้วย เพื่อชดเชยการที่ร่างกายสูญเสียน้ำ และช่วยป้องกันไม่ให้ผิวขาดความชุ่มชื้น

 
 
            ส่วนทางด้าน skin care  สารตระกูล moisturizer นั้นมีเยอะมากและมีหลายกลไกการทำงานด้วย
(ทุกตัวในท้องตลาดแทบจะเคลม moisture ได้หมด) ขึ้นกับวิจารณญานและงบประมาณค่ะ อิ อิ
 
 
 

 
มิน่าหล่ะ display คุงหมีโหด หน้าขาวเชียว
(ไม่รู้ว่าใส่หน้ากากอยู่หรือ พอกหน้าอยู่นะ อิ อิ)

เป็นอาชีพที่น่าสนใจมากเลยน้า
 
 
รูปดิสเพลย์อะฮั้นเป็นมาร์กพอกหน้าค่ะ
พอดีช่วงนั้นทำสูตรมาร์กหน้าบ่อยคุณ mukomanเลยเขียนแซว แหะ (- w"-")>
ที่จริงอาชีพนี้ก็นักวิจัย ทำงานในแล่ปธรรมดาๆนี่แหละจ้า
 
 
 
มียากินแล้วดำมั้ยคับอยากดำ
#59  by  ทอม
 
 มีแต่ยาแก้ไอน้ำดำค่ะ  อิ อิ
ปอลอ.เคยเห็นแต่ครีมที่ทาแล้วผิวเป็นสีแทนค่ะ (อารมณ์ บียอนเซ่)
 
 
 
 
 
 
 
 

 
TIPS : เล่าสู่กันฟัง
 
 
 
 สำหรับเวชสำอาง และเครื่องสำอาง โดยทั่วไปที่อะฮั้นทำอยู่นั้น
 
ก่อนที่จะผลิตได้ต้องมีการพัฒนาสูตร(กรณีผลิตสูตรใหม่)
 
และยื่นจดแจ้งแก่ อย.เพื่อขออนุญาตผลิตก่อนค่ะจึงจะผลิตได้
 
โดย อย.จะตรวจสอบ ฉลาก และปริมาณสารควบคุม
 
และสารห้ามใช้ตามที่กฏหมายกำหนดอย่างละเอียดยิบ
 
(รวมถึงการเคลมบนฉลากด้วย ว่ามีสารนั้นในสูตรจริงหรือไม่)
 
ตามกฏหมายไม่ได้ระบุให้ต้องแสดงปริมาณสารสำคัญ บนฉลาก
 
(ยกเว้นสารกันแดด ซึ่งกฏหมายกำหนดให้ต้องระบุปริมาณจริงค่ะ)
 
ซึ่งทางผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็มักจะ Blind % ที่ใส่เพื่อเหตุผลทางการค้าอยู่แล้ว
 
(ยกเว้นตัวที่เคลม อันนั้นเค้าจะเขียนปริมาณเด่นเป็นสง่าจนเด้งมากระแทกตาเลยล่ะค่ะ ฮ่า)
 
ดังนั้นผู้บริโภคอย่างเราๆ พึงระลึกไว้เสมอนะคะว่า
 
การที่ฉลากเขียนระบุไว้ว่าใส่สารใดบ้างนั้น
 
แม้จะใส่  0.0001% หรือ 10% ฉลากก็จะมีหน้าตาเหมือนกันค่ะ
 
 
แล้วอย่างนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบรนด์ไหน ดีไม่ดี
 
 
โลกก็ไม่ได้โหดร้ายเสมอไป
 
เพราะตอนนี้ได้เริ่มมีการบังคับใช้ ในการระบุสารสำคัญในฉลาก
 
โดยให้เรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อยค่ะ
 
(ของเมืองนอกและนำเข้าเค้าเริ่มทำกันมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว)
 
ถึงแม้เราจะไม่ทราบปริมาณที่แท้จริงแต่เราก็ยังพอมีแนวโน้มในการพิจารณาได้บ้าง
 
(แน่นอนว่าโดยทั่วไปตัวที่เริ่มเป็นน้ำ ค่ะ จะ Water หรือ Distilled water ก็สุดแล้วแต่
 
ถ้ายี่ห้อไหนมีการเรียงแบบแปลกๆบางทีเราก็แอบจับได้ว่าเค้าไม่ได้เรียง
 
ส่วนมากถ้าเค้าไม่ได้เรียงลำดับเค้ามักจะเรียงตัวที่เคลมไว้หน้าๆค่ะ)
 
 

 
 
สุดท้ายนี้การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โบ๊ะกระหน่ำจัมโบ้เอทั้งหลายนั้น
 
ขอบอกว่าต้องใช้วิจารณญาณและสติดีๆค่ะ 
 
 
เอนทรีนี้สงสัยอะฮั้นต้องขอเปลี่ยนสโลแกนนิดนึงเป็น
 
 
" ขอความงามจงสถิตย์แก่พันธมิตรหมีโหดทุกท่าน "  แทนค่ะ
 
 
 
nana
 
 
 
 
 
 
 
 
ปอลอ
 
  • อย่าลืมดูวันหมดอายุของเครื่องสำอางด้วยนะคะ พวกที่เอามาลดราคานั่นล่ะค่ะต้องดูให้ดีๆเลย โดยทั่วไปเครื่องสำอางมีอายุ 2 ปีค่ะ ส่วนยามีอายุ 5 ปีโดยประมาณ
 
  • อ่อ แล้วก็ไม่ต้องมัวไปหาเครื่องหมาย อย. บนกระปุกเครื่องสำอางให้เสียเวลานะคะ เพราะมันไม่มีค่ะเอกสารการจดแจ้งจะอยู่ที่บ.ผู้ผลิตและ อย.ร่วมกันแล้วการคุ้มครองผู้บริโภคจะตรวจสอบเมื่อมีการร้องเรียนและสุ่ม ตรวจค่ะ
  • สวัสดีวันที่ 10 !!!
 
 

 
 
 
 
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ออกแนวเภสัชฯ ขอจิ้มโจ๊ะไว้ก่อน ฮี่ๆ
อ่านๆ..
#1  by  \\(..U 3U..)//จุ๊บุ At 2009-06-10 14:26, 
ยาวววววววววววววววววววววววววววววsad smile
#2  by  Shoda At 2009-06-10 14:28, 
ขอบคุณค่ะ Hot!
#3  by  Onnies At 2009-06-10 14:36, 
หนูอยากขาวมั่งเจ๊ ผิวสีประมาณเค้าจะขาวเมื่อไรอ่ะ
อะฮรี๊ Hot! Hot!
#4  by  นางมาร eVeZaa At 2009-06-10 15:08, 
ความรู้ทะลักเลยครับ >_<
Hot!
#5  by  Elta_kung At 2009-06-10 15:17, 
Hot!
#6  by  b-padung Studio At 2009-06-10 15:22, 
ถึงว่าเครื่องสำอางเถื่อนเลยเกลื่อนเมือง มีเหยื่อทีดังทีsad smile
#7  by  V@R At 2009-06-10 15:23, 
ยาวได้ใจ เนื้อหาอัดแน่นเลยนะขอรับ
#8  by   At 2009-06-10 15:29, 
sad smile สงสัยต้องงดน้ำตาล ติดหวานมากเลย แต่อาหารที่ว่ามาว่าดีต่อผิวกินประจำนะคะ ไม่เห็นจะช่วย 555
#9  by  Paa orKant At 2009-06-10 15:46, 
อึมม์...ไม่ค่อยสันทัด แต่รู้ไว้ใช่ว่าเนอะ
ตามมาอ่านต่อconfused smile
#11  by  iQ180 At 2009-06-10 16:26, 
เอาเวลาที่ไหนมาเขียนยาวๆได้อย่างนี้ทุกวันเนี่ย sad smile
#12  by  เชน หยินและหยาง At 2009-06-10 16:31, 
เอ็นทรีนี้มีประโยชน์ ^^b

อยากเห็นสาวๆชาว Exteen ขาว สวย ใส แต่ไม่ไร้สมองนะจ๊ะ confused smile Hot!
#13  by  Ratcicle At 2009-06-10 16:51, 
เยี่ยมกว่าเดิมอีกbig smile
#14  by  ลุงเด้ง At 2009-06-10 17:02, 
งั้นดำดีกว่าจะได้ขำ ขาวไม่ขำ open-mounthed smile
#15  by  เต่านา At 2009-06-10 17:21, 
คนดำหนีความจริงไม่พ้นหร๊อกกก
#16  by  เจน At 2009-06-10 17:24, 
Hot! Hot! Hot!


สุดยอดเลยย หมีโหดเก่งทุกด้านเลยอ่ะ ^^~

big smile
#17  by  คิมเบนจุงสิเค๊อะ ! At 2009-06-10 17:41, 
โหมดเภสัชเข้มข้นconfused smile
#18  by  wesong At 2009-06-10 19:04, 
กระจ่างเลยครับ ขอบคุณมากๆconfused smile
#19  by  sengkaraoke At 2009-06-10 19:56, 
Hot! Hot!
เรื่องนี้กำลังฮอต ฮอต ฮอต
#20  by  namnampai At 2009-06-10 20:23, 
มาอ่าน ต่อ ฮาฮาbig smile
#21  by  E.T.*** At 2009-06-10 21:57, 
ฮ่า..แอบชอบ..แอบมาตอบนะเนี่ย...

ของคุณมากเลย...ค่ะ...ที่ตอบคำถาม...ดูมีคนสนใจมากมาย..ขอบคุณค่า.....

#22  by  ... My name is Nam Hye Mi .... At 2009-06-10 23:30, 
หนูก็อยากขาวcry
#23  by  yuuii At 2009-06-11 02:43, 
Hot! เป็น entry ที่ยาวและมีประโยชน์มากเลยครับ
#24  by  r i j e -[a x k i z e l] At 2009-06-11 09:44, 
ข้อมูลแน่นมากเลย จบเคมี มาใช่ไหม ฮ่าๆ

ขอบคุณที่แวะไปครับconfused smile
#25  by  TonHor At 2009-06-11 10:53, 
อ่านเอนทรี่นี้แล้วรันทดชะมัดเลย ไม่ว่าจะครีมยี่ห้ออันใดก็คงไม่สามารถช่วยข้าพเจ้าได้ ตอนนี้ตัวดำมากมาย แถมจะเป็นมะเร็งผิวหนังด้วยรึเปล่าไม่แน่ ตอนเช้าข้าพเจ้าอาบน้ำทาครีมโบ๊ะแป้งไปเต็มที่ แต่พอถึงฟาร์มลูกค้า ข้าพเจ้าก็ต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดเดินเข้าเล้าหมู เข้าเล้านู้นออกเล้านี้ ตากแดดเป็นว่าเล่น บ้างวันเข้าหลายฟาร์มก็อาบหลายทีมีครีมไหนช่วยได้ไหมฮะ คุณหมีโหดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


#26  by  ฟ้าบ่กั้น At 2009-06-11 11:47, 
#25 by TonHor
จบเภสัชค่า..
ที่จริงเพิ่งจะมาอัพเรื่องที่มีสาระเมื่อเอนทรีที่แล้วนี่เอง ฮ่า
#27  by  (^_^)/nana At 2009-06-11 14:19, 
Hot! ลูกสาวแฟนก็อยากขาวมากๆ
ซื้อนู่นซื้อนี่มากิน ของจริงของปลอมก็ไม่รู้
#28  by  eeddy(อี๊ด) At 2009-06-11 15:40, 
Hot! Hot! Hot!
สวัสดีค่ะคุณหมีโหด
แวะมารดน้ำกะ

จากลิงโหด 555sad smile
#29  by  __ลิงย้วย__ At 2009-06-11 15:51, 
แล้วพี่ไมเคิล เค้าใช้ยาอะไรอ่ะ...ขาวโคตรsad smile
#30  by  alienboon At 2009-06-11 20:41, 
แจ่มมากเลยค่ะ
อยากให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับครีมหมอจุฬามั่งอ่า เราข้องใจสุดๆ ตกลง มันมีปรอทรึไม่มีนะ
#31  by  ^^ เสกา (118.172.117.6) At 2009-06-11 22:29, 
มีประโยชน์มากเลย ช่วงนี้กินกาแฟเยอะ มิน่าผิวเหี่ยวๆ
#32  by  kissu (158.108.194.41) At 2009-06-12 09:13, 
สาระเข้มข้นconfused smile
#33  by  wesong At 2009-06-12 23:57, 
นู๋อยากมีผิวหลายๆสีค่ะ อย่างสีเขียว สีเหลือง สีม่วง สีรุ้งไรงี้ นู๋ต้องทำยังไงคะ ?question

/พี่นะ : *เอาไอ้คิปไปหมกป่า*
Hot!
#34  by  KIPPE @ ภัทร At 2009-06-13 00:25, 
อึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ
#36  by  KINGRPG (58.8.139.165) At 2009-09-08 10:27, 

<< Home


Free chat widget @ ShoutMix
poupeegirl fashion brand community