ที่ได้มีโอกาสเอาบทความดีๆมาแบ่งปันกัน
ตอนนี้ใช้ Neutrogena Rapid clear 2 in 1 Fight & Fade Gel กับ Advanced solutions Acne Mark Fading Peel อยู่
ถามยากไปไหมเนี่ย
#12 by sengkaraoke
- วิตามิน ได้แก่ วิตามินเอหรือ retinoic acid นิยมใช้สำหรับแผลเป็นชนิดที่เป็นหลุมโดยไปกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ และทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าหนาตัวขึ้น จะให้ผลดีกับแผลเป็นชนิดตื้นๆ และค่อนข้างใหม่ มีการศึกษาพบว่าการใช้ 0.05% retinoic acid สามารถทำให้ขนาดของแผลเป็นลดลง 20% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ครีมเบส ส่วนการใช้วิตามินอีพบว่าไม่มีผลต่อลักษณะของแผลเป็น แต่เมื่อใช้ร่วมกับการรักษาด้วยแผ่นซิลิโคน จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
- สารที่มีฤทธิ์ลอกผิว (chemical peeling)
สารประเภทนี้ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณครั้งกาลก่อน จนถึงปัจจุบัน สารที่ใช้ในการลอกผิวมีหลายชนิดและมีการพัฒนาตามลำดับ เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ตัวอย่างของสารเคมีที่นิยมใช้ ได้แก่ sulfur, resorcinol, alpha hydroxy acid 30-70%, betahydroxy acid 10-30%, trichloracetic acid 20-90% และ phenol peel เป็นต้น สารแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยแตกต่างกัน สารที่มีความเข้มข้นต่ำทำให้มีการลอกผิวในชั้นตื้นๆ ส่วนสารที่มีความเข้มข้นสูงหรือ phenol ทำให้มีการลอกผิวในชั้นลึก ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีกว่า แต่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงมากขึ้น สารประเภทนี้นิยมใช้กับแผลเป็นชนิดเป็นหลุมตื้นๆ โดยการทาบนขอบแผลเป็น จะทำให้ขอบแผลที่เป็นรูปแนวดิ่งราบลง จึงดูเหมือนก้นแผลตื้นขึ้น เนื่องจากสารดังกล่าวมีผลข้างเคียง โดยอาจทำให้เกิดอาการแสบคัน หรือทำให้ผิวกลายเป็นสีดำไหม้ ถ้ามีปฏิกิริยารุนแรงอาจกลายเป็นแผลเป็นชนิดนูนขึ้นได้ จึงควรใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
- Mucopolysaccharide polysulfate (MSP)
ปกติใช้ในการรักษาการอักเสบของหลอดเลือด เช่น thrombophlebitis จัดเป็น heparinoid เนื่องจากออกฤทธิ์คล้าย heparin ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด และเป็นสารที่ช่วยอุ้มน้ำในชั้นผิวหนัง โดยเพิ่มปริมาณของ hyaluronic acid และยังมีผลต่อรูปร่างของแผลเป็น โดย MPS จะจับกับน้ำและป้องกันการรวมตัวกันของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) ช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้ เพิ่มความยืดหยุ่นของแผลเป็น และทำให้รูปร่างของแผลเป็นดูดีขึ้น จึงใช้รักษาแผลเป็นได้ นอกจากนี้ ยังสามารถลดและยับยั้งอาการห้อเลือด ฟกช้ำ และอาการบวมได้อย่างรวดเร็ว
- สมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงมีการค้นหาสมุนไพรสำหรับรักษาแผลเป็น สมุนไพรที่มีนำมาใช้ในการรักษาแผลเป็น ได้แก่
- บัวบก (Centella asiatica (Linn.) Urban)
- หอมหัวใหญ่ (Allium ascalonicum Linn.)
เนื่องจากเทรนด์ผิวขาวกำลังมา (เเม้พื้นฐานผิวคนไทยจะไม่ได้ขาวก็ตาม (-_"-")>)
สาวๆที่มีสีผิวเข้มจึงพยายามค้นหาวิธีการหรือสารต่างๆ เพื่อทำให้สีผิวจางลงและขาวขึ้น
แต่อีกมุมนึง ก็ยังมีคนกลุ่มนึงที่จำเป็นจะต้องใช้ เช่นผู้ป่วยโรคผิวหนังบางโรค
ทำให้ผิวหนังมีการสร้างเม็ดสีผิดปกติซึ่งจำเป็น ต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขาว (skin whitening products)
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารขจัดสีผิวหรือสารที่ทำให้ผิวขาวขึ้นโดยอาศัย การยับยั้งกระบวนการการสร้างเมลานินของผิวหนังโดยไม่ทำให้เซลล์สร้างสีผิว ตายเป็นหลักการที่นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันพบว่าสารที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase เป็นสารที่นิยมมากที่สุด มีการค้นหาสารที่มีฤทธิ์ดังกล่าวมากขึ้น สารยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่
- Azelaic acid เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติ สามารถยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ในเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติ โดยไม่มีผลต่อเซลล์เม็ดสีที่ปกติ
- Arbutin เดิมต้องสกัดจากพืช แต่ปัจจุบันสามารถสังเคราะห์ได้ จึงทำให้ราคาต่ำลง Arbutin มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase มากกว่าการยับยั้งการสร้างเอนไซม์
- Kojic acid เป็นสารที่ผลิตจากเชื้อรา เช่น Aspergillus และ Penicillium มีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase คือ ไปจับกับ copper ซึ่งเป็น coenzyme ในกระบวนการสร้างสีผิว
- อนุพันธ์ของวิตามินซี อนุพันธ์เหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็น g-ascobic acid ที่เป็นตัวออกฤทธิ์ โดยเอนไซม์ phosphatase ซึ่งอยู่ในผิวหนัง ยับยั้งการสร้างเมลานินโดยรบกวนการจับกับ copper ions ของเอนไซม์ tyrosinase บริเวณ active site และรีดิวซ์ dopaquinone ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการสร้างเม็ดสี
- Tranexamic acid มีรายงานการใช้ tranexamic acid ซึ่งมีผลลดการเกิด hyperpigmentation ในผู้ป่วยที่เป็นฝ้า (melasma) โดยเชื่อว่า tranexamic acid มีกลไกยับยั้งกระบวนการสร้างเมลานินผ่าน melanocyte-keratinocyte ที่มี plasmin เป็นตัวกระตุ้น โดยไปรบกวนการทำงานของ plasminogen activator พบว่าสารตัวนี้จะให้ผลดีกับกรณีสีผิวเข้มขึ้นเนื่องจากแสงแดด
บอกว่ามี อย รับรองด้วยนะ
Glutathione
คุณสมบัติที่ถูกใช้ในวงการความงาม คลีนิคแพทย์ผิวหนังความงามหลายแห่งทั่วโลก ปัจจุบันแพทย์ผิวหนังทราบกลไกการออกฤทธิ์ของกลูตาไทโอน (Glutathione) ในการลดความเข้มของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง กลไกที่ทราบในปัจจุบันคือและเชื่อกันอยู่ คือการเปลียน Pathway ของกระบวนการ melanogenesis ซึ่งคนเชื้อชาติผิวสีกระบวนการนี้จะสร้างเม็ดสีชนิดเข้ม (Eu-melanin) มากว่าชนิดสีอ่อน (Pheo-melanin) ให้เซลล์เมลาโนไซด์ หันมาสร้างชนิดสีอ่อน(Pheo-melanin)มากขึ้น โดยการ Inhibit maturation of Tyrosineและ Block ตรง Dopaquinone ไม่ให้เปลี่ยนเป็น Cysteinyldopa ในขั้นตอนการสร้างเม็ดสีเข้ม (Eu-melanin) ในเซลล์สร้างเม็ดสีเมลาโนไซด์ โดยปัจจุบันขนาดยาที่ชักนำให้เกิดกระบวนการ นี้ยังไม่ทราบแน่ชัดในเรื่องขนาดที่ใช้ (ยังไม่ได้เป็น Standard treatment ) แต่ปัจจุบันปริมาณที่ใช้และเห็นผลคือประมาณ 600-1,200 mg ปัจจุบันFDA องค์การอาหารและยาของอเมริกา ให้การรับรองในฐานะอาหารเสริม ไม่ใช่ในฐานะยารักษาโรค ส่วนผลข้างเคียงในระยะยาวปัจจุบันยังไม่พบรายงาน
จากคุณสมบัติของการเป็น Whitening ของสาร Gluthathione นี้เอง ทำให้ได้มีการทำการสังเคราะห์สารตัวนี้
โดย ปกติแล้วร่างกายเราจะไม่ขาดกลูตาไทโอน นอกเสียจากจะเป็นโรคบางชนิดที่ทำให้เกิดความต้องการสารตัวนี้มากขึ้น หรือโรคที่ต้านการสร้าง Glutathione5 โรค หรืออาการบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการขาดสารนี้ หรือต้องการสารนี้ในปริมาณเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคตับ เบาหวาน โรคความดัน ต้อหิน มะเร็ง เอดส์ ฯลฯ ในผู้ที่สูบบุหรี่จัดจะพบว่ามีระดับกลูตาไทโอน ในเลือดต่ำ เนื่องจากอัตราในการใช้กลูตาไทโอนเพิ่มขึ้น
คือ...เหนเพื่อนกิน...แล้วหน้าดูบริ้ง ๆ อะค่ะ...เพื่อนกินวิตามินซี...คือเค้าเปนคนขาวอยู่แล้ว..
แต่มันขาวแบบดูบริ้ง ๆ...วิตามินซีนี่ช่วยได้บ้างมั๊ยอ่ะคะ...คือก้อว่าจะขามากินเหมือนกันน่ะคะ...
ส่วนตัวนี่ก้ออายุเลยเลขสองมากแล้วอ่ะค่ะ...
ก้อคิดว่าจะเริ่มหาวิตามินมาบำรุงร่างกาย...
ช่วงนี้เหนื่อย ๆ เมื่อย ๆ ล้า ๆ..แถมโดนแดดบ่อยผิวคล้ำอีก...โทรมก้อว่าอะนะ...แอบเครียด...๕๕
อยากรู้อ่ะค่ะ...ไม่รู้จาเลือกวิตามินไรกินดี..เรื่องผิวพรรณเนี่ย...
แล้วเหนเพื่อนพูดถึงยาที่กินแล้ว...ขาวขึ้นน่ะค่ะ...
ที่มันไปเปลี่ยนตรงเม็ดสีเรามั้งคะ...ไม่แน่ใจ..
มันมีผลข้างเคียงไรมากมั๊ยคะ...กำลังจาหามากินน่ะค่ะ..เหนบอกต้องกินซัก เดือนสองเดือนจาเริ่มขาวอ่ะค่ะ...(ดูช้าไปมั๊ย)...๕๕...ปามานนั้นแหละ..
คือ ส่วนตัวก้อเปนคนขาวนะ..แต่มีปานอะดิ...ปานไรซักอย่างที่มันค่อย ๆ เข้มขึ้นอะ...
ไม่รู้กินแล้ว...มันจาช่วยมั๊ย...
อยากรู้มากเลยอ่ะค่ะ...
ฮ่า...ยังกะกระทู้เรื่องสวยงามไรงี้เลย...
ก้อปามานนั้น..แบบว่า..ถ้าไง..ช่วยตอบกลับมาด้วยนะคะ...(แอบเขิลนะเนี่ย ฮ่า)
น้ำมันมะกอก เพราะมีวิตามินเอและอีสูง ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ ทำให้ผิวคงความชุ่มชื่นนุ่มเนียนอยู่เสมอ
เนื้อปลา อุดมไปด้วยสารอาหารประเภทโปรตีน ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนั้นยังมีเซเลเนียม ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายอีกด้วย
เมล็ดข้าวและธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ งา เป็นอาหารที่มีวิตามินบีและวิตามินอี ซึ่งช่วยสร้างและรักษาความแข็งแรงของเซลล์ รวมไปถึงเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว และช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดความเสียหาย
ผักสดและผลไม้ โดยเฉพาะผักสดและผลไม้ที่มีวิตามินซีมากๆ เช่น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ สับปะรด ฝรั่ง เพราะวิตามินซีมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงนุ่มเนียนอยู่เสมอ
น้ำเปล่า หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ผิวแห้งกร้าน หยาบกระด้าง จึงควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วโตๆ จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะน้ำจะช่วยรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และยังช่วยป้องกันผิวพรรณหย่อนยานจากการลดน้ำหนักอีกด้วย
อาหารที่ทำลายผิวพรรณ
อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น ไส้กรอก ไอศครีม เบคอน เพราะกระบวนการเผาผลาญอาหารเหล่านี้ ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์เกิดการเสื่อมโทรมและเหี่ยวย่น
อาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป จะไปขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนของเซลล์ ทำให้ผิวหย่อนยาน
คาเฟอีนและแอลกอฮอลล์ เป็นตัวดูดซับความชื้นจากผิว ทำให้ผิวแห้งกร้าน ถ้าหากเลิกดื่มกาแฟไม่ได้ หลังดื่มกาแฟควรดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วโต หรือทุกครั้งที่ดื่มแอลกอฮอลล์ ควรดื่มน้ำเปล่า 2 แก้วโตตามไปด้วย เพื่อชดเชยการที่ร่างกายสูญเสียน้ำ และช่วยป้องกันไม่ให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
(ไม่รู้ว่าใส่หน้ากากอยู่หรือ พอกหน้าอยู่นะ อิ อิ)
เป็นอาชีพที่น่าสนใจมากเลยน้า
-
อย่าลืมดูวันหมดอายุของเครื่องสำอางด้วยนะคะ พวกที่เอามาลดราคานั่นล่ะค่ะต้องดูให้ดีๆเลย
โดยทั่วไปเครื่องสำอางมีอายุ 2 ปีค่ะ ส่วนยามีอายุ 5 ปีโดยประมาณ
- อ่อ แล้วก็ไม่ต้องมัวไปหาเครื่องหมาย อย. บนกระปุกเครื่องสำอางให้เสียเวลานะคะ เพราะมันไม่มีค่ะเอกสารการจดแจ้งจะอยู่ที่บ.ผู้ผลิตและ อย.ร่วมกันแล้วการคุ้มครองผู้บริโภคจะตรวจสอบเมื่อมีการร้องเรียนและสุ่ม ตรวจค่ะ
- สวัสดีวันที่ 10 !!!
แต่อาหารที่ว่ามาว่าดีต่อผิวกินประจำนะคะ ไม่เห็นจะช่วย 555