2010/Sep/23

 

สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนบล๊อกทุกท่าน

หลังจากที่เราให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำเลสิคไปแล้วในเอนทรีก่อน

เลสิค กับ ปัญหาสายตาที่ไม่เบสิค (1)

เอนทรีนี้มาว่ากันต่อเลยค่ะ

หลังจากที่เราศึกษาข้อมูลมาพอสมควรและตัดสินใจที่จะทำเลสิคแล้ว

ใช่ว่าจะเดินดุ่มๆไปทำได้เลยนะคะ

จะต้องผ่านขั้นตอนที่เรียกว่า " การตรวจประเมินสภาพตา " ซะก่อนค่ะ

โดยขั้นตอนนี้คุณหมอจะตรวจประเมินว่า

สภาพตาของเราเหมาะสมที่จะทำเลสิคหรือไม่

ถ้าผลออกมาผ่านคือทำเลสิคได้

ผลตรวจที่เราจะเอาไปยื่นประกอบด้วยก็คือผลตรวจ Anti- HIV ค่ะ

(ไม่ได้ตรวจเฉพาะก่อนแต่งงานนะเออ 55+)

 


 





    การเตรียมตัวเพื่อตรวจประเมินสภาพตาเพื่อทำเลสิค (LASIK)      


 1. ต้องถอดคอนแทคเลนส์ก่อนที่จะมาตรวจ ดังนี้

   
 - คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Lens) ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 3 วัน

 - คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Lens) หรือ ชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม (Semi Hard Lens)ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 14 วัน

โดยสามารถใช้แว่นสายตาแทนในระหว่างที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์

 

เหตุผลของการงดใส่คอนแทคเลนส์


เนื่องจากคอทแทคเลนส์สัมผัสโดยตรงกับกระจกตา ซึ่งเมื่อไช้ไปนานๆ อาจทำให้รูปร่าง

ของกระจกตาเปลี่ยนแปลงได้ และจะต้องใช้เวลาในการกลับคืนรูปร่างตามธรรมชาติ

คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งจะมีผลต่อกระจกตามากกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม

การวัดสายตาโดยที่ถอดคอนแทคเลนส์มาไม่นานพอจะได้ค่าการวัดที่ไม่เที่ยงตรง

ในวันตรวจประเมินสภาพตา จักษุแพทย์จะแนะนำให้ถอดคอนแทคเลนส์ ต่อไปอีก

อย่างน้อย 2-3 วัน หรือตามความเหมาะสม และนัดกลับมาตรวจสภาพกระจกตาซ้ำอีกครั้ง


   

 

2.ไม่ควรขับรถเอง              


 Image


      เนื่องจากหนึ่งในขั้นตอนการตรวจนั้นคือ การหยอดยาขยายม่านตาซึ่งผลของยาจะทำให้

  - มองเห็นไม่ชัดเจน ภาพเบลอ 
  - มองใกล้ลำบาก เมื่อใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์
  - สู้แสงจ้าลำบาก อาจช่วยด้วยการสวมแว่นกันแดด (ในกรณีที่นัดตรวจตอนกลางวัน)
  - อาจมีอาการวิงเวียนศีรษะ 

   * * อาการดังกล่าวจะมีผลเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง  ดังนั้น  จึงไม่แนะนำให้ขับรถเอง ให้ใชฺ้แท๊กซี่ หรือ หาคนขับรถให้ในวันตรวจ


 3. การหยุดใช้ยาบางประเภท

diabetes drug Health Day Diabetes Drug Story


  เช่น ยาแก้สิว Roaccutane, Acnotin หรือ Isotane ควรหยุดยาก่อนวันตรวจประเมินสภาพตา และก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 เดือนเต็ม เนื่องจากยาชนิดนี้ส่งผลให้เยื่อบุต่างๆ แห้งกว่าปกติ รวมถึงผิวกระจกตาด้วย



4. การใช้ยารักษาโรคประจำตัวอื่นๆ

 
    ต้องแจ้ง! ให้แพทย์ทราบในวันตรวจ โดยเฉพาะยาไทรอยด์ และยานอนหลับทุกชนิด แต่ยังคงใช้ยาได้ตามปกติไม่ต้องหยุดยาใดๆ ในวันตรวจ


5. ต้องไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์

pregnant-woman


 ต้องไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หากคลอดบุตรแล้วควรมีประจำเดือนมาปกติอย่างน้อย 2 ครั้งติดต่อกัน


6. แพทย์ผู้ตรวจประเมินสภาพตาจะเป็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเลสิค (LASIK)

WIthout any context, this man looks like a doctor. What a powerful symbol the white coat is.

 
 ดังนั้นหากท่านต้องการระบุแพทย์ผู้ผ่าตัด ให้นัดตรวจประเมินสภาพตากับแพทย์ท่านนั้น

  •   ในกรณีที่วางแผนที่จะทำเลสิค (LASIK) นานเกิน 3 เดือนนับจากวันตรวจประเมินสภาพตาจะต้องเข้ารับการตรวจประเมินสภาพตาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
  • การตรวจซ้ำนี้มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์เนื่องจากในช่วงก่อนการผ่าตัดอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสายตา หรืออาจมีโรคตาเกิดขึ้นได้ ดังนั้น การตรวจซ้ำจะเป็นการยืนยันความสมบูรณ์ของสภาพตาว่าพร้อมที่เข้ารับการรักษาเลสิค (LASIK)




 

หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจประเมินสภาพตาแล้วเราก็จะได้สรุปผลการตรวจออกมาดังนี้ค่ะ

 

     ผลสรุปการตรวจ จะแบ่งเป็น 3 ประเภท    


  • มีสุขภาพตาสมบูรณ์แข็งแรงสามารถรักษาเลสิค (LASIK) ได้             โอกาสสำเร็จในการรักษา และโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถนัดผ่าตัดเลสิค (LASIK) ได้ทันที หรือตามที่สะดวก
  • อาจจะสามารถเข้ารับการรักษาเลสิค (LASIK) ได้                                   แต่ต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาพดวงตากลับสู่สภาพปกติเหมาะสมต่อการรักษา เช่น อาการตาแห้ง หรือตาอักเสบ จากการแพ้คอนแทคเลนส์ หรือการตรวจต่อกับจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆเพื่อประเมินโรคตาต่างๆ เช่น สงสัยโรคจอประสาทตา หรือสงสัยโรคต้อหิน ฯลฯ
  •  ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีเลสิค (LASIK) ได้                                            อาจเนื่องจากเหตุผลต่างๆ จากสภาพของดวงตา  สภาพทางร่างกาย หรือสภาพทางจิตใจ ฯลฯ จักษุแพทย์อาจแนะนำทางเลือกการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสม เช่น การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม Phakic IOL, PRK ในกรณีที่สายตาสั้นมาก หรือกระจกตาบาง ไม่เหมาะสมกับการรักษาเลสิค (LASIK) ฯลฯ

 

 

 

 

   การเตรียมตัวสำหรับผ่าตัดเลสิค (LASIK)    


  •  ตรวจเลือด Anti-HIV และนำใบรายงานผลการตรวจเลือดอย่างเป็นทางการ มาแสดงในวันผ่าตัด (ชื่อในผลการตรวจเลือดจะต้องตรงกับชื่อที่ให้ไว้ ) ผลตรวจต้องไม่เกิน 3 เดือน หากไม่นำใบรายงานผลดังกล่าวมาแสดง  ศูนย์สามารถปฏิเสธการผ่าตัดได้
  • เหตุผลของการตรวจเลือด Anti-HIV เนื่องจากการผ่าตัดเลสิค (LASIK) ถือได้ว่าเป็นการผ่าตัด ที่ไม่ได้รักษาโรค ดังนั้น หากจะทำการผ่าตัดดังกล่าว เราควรแน่ใจได้ว่าคนไข้มีภูมิคุู้มกันที่ปกติ เพราะหากภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง ก็อาจส่งผลให้เกิดโอกาสติดเชื้อได้สูงกว่าปกติ
  •  ในกรณีคนไข้มีผลการตรวจเลือด Anti-HIV เป็นบวก หากคนไข้มีความประสงค์จะรักษาเลสิค (LASIK) จักษุแพทย์จะ ทำการปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลคนไข้ในเรื่องภูมิคุ้มกัน เพื่อที่จะตรวจดูระดับภูมิคุ้มกันของคนไข้ (เช่น CD-4 count, viral load ฯลฯ) และพิจารณาร่วมกันถึงโอกาสในการรักษา และหากสามารถรักษาได้ การผ่าตัดเลสิค (LASIK) ก็จะทำทีละตา

  •  งดใส่คอนแทคเลนส์ ก่อนวันผ่าตัด ดังนี้

         - คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Lens) ควรงดใส่อย่างน้อย 3 วัน ก่อนวันผ่าตัด
         - คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Lens) หรือชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม (Semi Hard Lens)          ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 14 วัน ก่อนวันผ่าตัด

  •  วันที่นัดผ่าตัด ควรสระผมก่อนมา งดแต่งหน้า ไม่ควรนำเครื่องประดับและทรัพย์สินมีค่าใดๆ มาด้วย และควรสวมเสื้อติดกระดุมหน้า เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนเสื้อภายหลังการผ่าตัด ซึ่งจะปิดฝาครอบตา
  •  ก่อนการผ่าตัด ท่านควรงดรับประทานยาใดๆ หากมียาที่รับประทานเป็นประจำ กรุณาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่วันตรวจ
  •  ห้าม ใส่สเปรย์ดับกลิ่น หรือน้ำหอมทุกชนิด และงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องเลเซอร์
  •  ในวันผ่าตัดห้ามคนไข้ขับรถเอง เพราะหลังการผ่าตัดจะต้องปิดฝาครอบตา ถึงแม้จะสามารถมองผ่านรูเล็กๆ ของฝาครอบตาได้ แต่ภาพจะยังไม่คมชัด นอกจากนี้คนไข้อาจมีอาการแสบตา เคืองตา น้ำตาไหล ซึ่งจะทำให้การขับรถขาดความปลอดภัย
  •  กรณีคนไข้อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันที่นัดผ่าตัด) ต้องมีผู้ปกครองมาเซ็นต์เอกสารเพื่อยินยอมการผ่าตัด ศูนย์สามารถปฏิเสธการผ่าตัดได้ หากไม่มีผู้ปกครองมาด้วย
  • กรณีคนไข้นัดผ่าตัดเกิน 3 เดือน นับจากวันนัดตรวจประเมินสภาพตา คนไข้มีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจประเมินสภาพตาซ้ำ ก่อนการนัดผ่าตัด เพื่อให้แน่ใจว่าในขณะนั้น สภาพของดวงตาคนไข้สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรคใดๆ ที่อาจพึ่งเกิดขึ้น

 

 

 

 

 

    ข้อปฏิบัติเบื้องต้นหลังการผ่าตัดเลสิค (LASIK)